ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย
นักวิจัย : ภัทร ตั้งพานิชยานนท์
คำค้น : หุ้นและการเล่นหุ้น , การลงทุน , บริษัท -- การประเมินราคา -- แบบจำลองทางคณิตศาสตร์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชูเวช ชาญสง่าเวช , จิรพัฒน์ เงาประเสริฐวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9741739095 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13941
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

ในปัจจุบันสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในทวีปยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกา สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนมีอยู่หลายแบบ เช่น “มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ” (Economic value added, EVA) “มูลค่าเพิ่มของผู้ถือหุ้น” (Shareholder value added, SVA) “กระแสเงินสดตอบแทนจากการลงทุน” (Cash flow return on investment, CFROI) “ผลตอบแทนรวมของธุรกิจ” (Total business return, TBR) และ“มูลค่าเพิ่มของกระแสเงินสด” (Cash value added, CVA) เป็นต้น งานวิจัยฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ศึกษาถึงความเหมาะสมของสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนแบบต่างๆ สำหรับใช้ในการประเมินมูลค่าหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย โดยเลือกบริษัทจากกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (4 บริษัท) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (3 บริษัท) กลุ่มธุรกิจการเงิน (4 บริษัท) กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม (3 บริษัท) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (3 บริษัท) กลุ่มทรัพยากร (3 บริษัท) กลุ่มบริการ (3 บริษัท) และกลุ่มเทคโนโลยี (3 บริษัท) จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจเมื่อเปรียบเทียบกับสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนตัวอื่นๆ แล้วพบว่ามีความเหมาะสมกับกลุ่ม 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และกลุ่มทรัพยากร กลุ่มที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (coefficient of correlation) มากที่สุดคือ กลุ่มทรัพยากร ซึ่งมีค่าประมาณ 0.8 ซึ่งหมายความว่ามูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจสามารถสะท้อนมูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทในกลุ่มทรัพยากร นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนกับดัชนีเศรษฐกิจพบว่า มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์โดยตรงกับดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่เวลาปัจจุบัน และกับดัชนีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ย้อนหลังหนึ่งช่วงเวลา โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจกับดัชนีเศรษฐกิจทั้งสองประมาณ 0.4-0.9 ซึ่งเป็นการยืนยันว่าสามารถใช้มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจในการประมาณมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำดัชนีทางเศรษฐกิจของประเทศมาประกอบ

บรรณานุกรม :
ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . (2548). การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . 2548. "การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . "การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.