ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการจัดตั้งสถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการจัดตั้งสถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์
นักวิจัย : วิทูร ลีลามานิตย์ , Vitoon Leelamanit
คำค้น : Biomechanical engineering , Biomedical Engineering , Engineering and technology , Medical devices , วิศวกรรมชีวการแพทย์ , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ , สถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ , อุปกรณ์การแพทย์
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/20041
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เป็นที่ทราบกันดีว่า สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันมีรากเหง้ามาจากการขาดความสนใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ขาดความสามารถในการผลิตและแข่งขัน ขณะที่กระแสความต้องการบริโภคทางด้านเทคโนโลยีมีอยู่สูง จึงทดแทนด้วยวิธีนำเข้าประเทศจึงตกอยู่ในสภาพเป็นชาติผุ้ใช้เทคโนโลยีมาตลอด ทำให้สูญเสียเงินตรา บุคลากร ขาดการพัฒนาและด้อยโอกาส และสุดท้ายคือการใช้เทคโนโลยีอย่างฟุ่มเฟือยและไม่คุ้มค่า การพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ก็ไม่ได้หลุดพ้นจากวงจรนี้ ซ้ำร้ายบุคลากรทางด้านการแพทย์ยังขาดความรู้พื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีที่จะทำให้เข้าใจถึงวิธีการเลือกและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่นำเข้าเหล่านั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบพัฒนาความรู้ทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ ซึ่งก็คือการบรูณาการ (integration) ความรู้พื้นฐานทางด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์เข้ากับวิชาความรู้ทางด้านการแพทย์ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและเภสัชวิทยา การตรวจวินิจฉัย กายภาพบำบัด และสรีรวิทยา ด้วยวิธีนี้จะทำให้สามารถนำข้อมูลทางด้านการแพทย์มาพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ขณะเดียวกันการประยุกต์เทคโนโลยีพื้นฐานที่มีอยู่เข้ากับการรักษาพยาบาลจะทำให้ได้ข้อมูลทางการแพทย์ใหม่ ทำให้เกิดวงจรของการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุด จากการที่คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทุนอุดหนุนวิจัยในโครงการวิจัยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าชนิดลำดับก่อนหลังสำหรับรักษาผู้ป่วยกลืนลำบาก และโครงการการตรวจวินิจฉัยสัญญาณไฟฟ้ากล้ามเนื้อลิ้นและคอขณะกลืนด้วยอิเล็กโตรดชนิดปิดผิวหนัง ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนวิจัยจาก NECTEC สามารถสร้างอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และพัฒนาแอลกอริทึ่ม (algorithm) ที่มีความสามารถสูงและเป็นเทคโนโลยีใหม่ระดับนานาชาติ ทำให้เข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการในการเสริมสร้างทางกายภาพของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีความเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาทางด้านนี้ คือมีคณะแพทยศาสตร์ที่มีโรงพยาบาลขนาด 700 เตียง มีคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้ง 3 คณะตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันและมีการเรียนการสอนทั้งระดับปริญญาตรีและโท มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะจัดตั้งสถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ เพื่อใช้เป็นที่บ่มเพาะเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ และเพื่อเป็นตัวอย่างและเผยแพร่เทคโนโลยีที่พัฒนาแล้วแก่สถาบันทางการแพทย์หรือโรงพยาบาลอื่น ๆ

It is well known that the current economic depression in Thailand stems at least in part form the lack of interest ability to produce and compete. At the same time, the ever-growing consumer demand for technology is currently being met only by imported technology, so that the country has become a mere user of technology and is in danger of falling into a downware spiral involving loss of scarce financial resources, inadequate development of technological personnel, missed opportumity and the extravagant and inefficient use of existing technology. Not even the field of medical technology has escaped this spiral. Many medical personnel still lack the basic technological know-how to enable them to make informed choices and to understand the appropriate use of imported technology. Thus there is an urgent need for the improvement of knowledge in the field of biomedical engineering, that is, the integration of basic engineering and scientific understanding with knowledge and application in the medical field,including such areas as therapeutics, pharmacology,diagnostics, physical therapy and physiology. In this way medical data can be used in the development of new technology while, at the same time, the medical application of basic technology can generate new medical data,in a self-regenerating cycle of technological development. The staff of Prince of Songkla University, with support from NECTEC to develop a sequential stimulator for treatment of dyphagic patients and to undertake analysis of tongue and pharyngeal SEMGs, has successfully constructed the equipment and developed a highly efficient real-time algorithm. This achievement represents a technological innovation of international standare, The project has provided the staff with a good understanding of the stages necessary for strengthening of research and development capabilities in the field of biomedical engineering. At the same time, the physical layout of Prince of Songkla University is such as to facilitate the develment of biomedical engineering activities. The three faculties involved, namely the Faculty of Medicine with its 700-bed hospital, the Faculty of Engineering and the Faculty of Science, are situated at the same location and each is involved with teaching at both undergraduate and postgraduate levels. Prinec of Songkla University, Haty Campus, is thus eminently suited to adopt the role of key nodal nodal institution in a network of biomedical engineering. As such it is in a position to ignite interest and foster development in medical technology both by example and by dissemination of technology already developed ot other medical institutions and hospitals._x000D_

บรรณานุกรม :
วิทูร ลีลามานิตย์ , Vitoon Leelamanit . (2542). โครงการจัดตั้งสถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
วิทูร ลีลามานิตย์ , Vitoon Leelamanit . 2542. "โครงการจัดตั้งสถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
วิทูร ลีลามานิตย์ , Vitoon Leelamanit . "โครงการจัดตั้งสถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2542. Print.
วิทูร ลีลามานิตย์ , Vitoon Leelamanit . โครงการจัดตั้งสถาบันเครือข่ายทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2542.