ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำหลัก Hardship มาใช้ในกฎหมายไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำหลัก Hardship มาใช้ในกฎหมายไทย
นักวิจัย : อมราลักษณ์ รักษ์วงศ์
คำค้น : กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ -- หนี้ , หนี้ต่างประเทศ , การชำระหนี้
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13655
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

ศึกษาหลักกฎหมายเกี่ยวกับการชำระหนี้ที่เป็นไปอย่างยากลำบาก หรือการชำระหนี้ที่เป็นภาระหนักเกินควรแก่คู่สัญญา (hardship) ซึ่งเป็นลักษณะของการชำระหนี้อย่างหนึ่งที่การชำระหนี้ ยังสามารถปฏิบัติการชำระได้ แต่เนื่องจากมีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาแทรกแซงภายหลังจากการทำสัญญา ทำให้เกิดความยากลำบากในการชำระหนี้ หรือเป็นภาระหนักเกินควรแก่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยคู่สัญญาฝ่ายนั้นอาจต้องปฏิบัติการชำระหนี้มากเกินไป ในขณะที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้รับการชำระหนี้ในมูลค่าที่สูงเกินไป แต่กลับปฏิบัติการชำระหนี้ตอบแทนเท่าเดิม จนเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกัน เกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างการชำระหนี้ของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง และการปฏิบัติการชำระหนี้ตอบแทนของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งขึ้น ซึ่งหากจะต้องให้คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่นเดิมทุกประการ ก็อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น โดยได้ศึกษาถึงหลักเกณฑ์ทางกฎหมายของต่างประเทศในระบบคอมมอนลอว์และระบบซีวิลลอว์ หลักกฎหมายสัญญาของยุโรป และใน Unidroit Principles ที่เกี่ยวกับการชำระหนี้ที่เป็นไปอย่างยากลำบากหรือการชำระหนี้ที่เป็นภาระหนักเกินควรแก่คู่สัญญา (hardship) ว่ามีการนำหลักใดมาปรับใช้หรือมีการบัญญัติไว้ ผลการศึกษาพบว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยบัญญัติไว้เฉพาะการชำระหนี้ที่เป็นพ้นวิสัยเท่านั้น ซึ่งเป็นกรณีที่การชำระหนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่แท้ ไม่สามารถนำมาปรับใช้กับการชำระหนี้ที่เป็นไปอย่างยากลำบาก หรือการชำระหนี้ที่เป็นภาระหนักเกินควรแก่คู่สัญญา (hardship) ดังนั้นหากเกิดกรณีปัญหาเกี่ยวกับการ ไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ได้เพราะเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง ในสาระสำคัญของสัญญาภายหลังที่ทำสัญญาโดยที่คู่สัญญาไม่อาจคาดคิดมาก่อนในขณะที่ทำสัญญานั้น แล้วส่งผลให้การชำระหนี้เป็นภาระหนักเกินควรแก่คู่สัญญาฝ่ายใดมากเกินไป จนทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างคู่สัญญา (hardship) คู่สัญญาผู้ต้องรับภาระในการชำระหนี้มากเกินไปนั้นจะต้องรับชำระหนี้อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยไม่ได้บัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้ จึงทำให้คู่สัญญาไม่มีสิทธิที่จะปรับข้อสัญญาหรือเลิกสัญญากันได้ตามเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นผู้เขียนจึงได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยให้บัญญัติเพิ่มเติมหลักกฎหมาย และผลเกี่ยวกับการชำระหนี้ที่เป็นไปอย่างยากลำบากหรือการชำระหนี้ที่เป็นภาระหนักเกินควร (hardship) ไว้ชัดเจนในประมวลกฎหมาย เพื่อที่ว่าหากเกิดข้อพิพาทลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น คู่สัญญาจะสามารถขอเจรจาปรับปรุงข้อสัญญาหรือเลิกสัญญาได้ หากการปรับข้อสัญญาไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญามากขึ้น และเป็นการแก้ไขปัญหาในการปรับใช้กฎหมายในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
อมราลักษณ์ รักษ์วงศ์ . (2549). การนำหลัก Hardship มาใช้ในกฎหมายไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมราลักษณ์ รักษ์วงศ์ . 2549. "การนำหลัก Hardship มาใช้ในกฎหมายไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมราลักษณ์ รักษ์วงศ์ . "การนำหลัก Hardship มาใช้ในกฎหมายไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
อมราลักษณ์ รักษ์วงศ์ . การนำหลัก Hardship มาใช้ในกฎหมายไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.