ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จ. ชลบุรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จ. ชลบุรี
นักวิจัย : ภานุพงศ์ ภัทรเชาว์
คำค้น : นักท่องเที่ยว -- ไทย , ทัศนคติ , นันทนาการ -- ไทย -- พัทยา (ชลบุรี)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมบัติ กาญจนกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : 9741426585 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13392
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

ศึกษาและเปรียบเทียบทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยว ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จำนวนทั้งสิ้น 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า "ที" (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี เป็นผู้ที่ทำงานแล้ว มีรายได้เฉลี่ยระหว่าง 5,001-10,000 บาทต่อเดือน และ 10,001-15,000 บาทต่อเดือน และเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการที่สนใจมากที่สุดคือ กิจกรรมนันทนาการทางน้ำและชายหาด 2. นักท่องเที่ยวมีระดับทัศนคติต่อกิจกรรมนันทนาการ ทั้งสามด้านอยู่ในระดับที่ดี ได้แก่ ด้านความรู้ความเข้าใจต่อกิจกรรมนันทนาการ ด้านความรู้สึกต่อกิจกรรมนันทนาการ และด้านแนวโน้มเชิงพฤติกรรมที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ 3. เมื่อเปรียบเทียบทัศนคติของนักท่องเที่ยวเพศชายและเพศหญิงที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นในข้อที่ว่า กิจกรรมนันทนาการเป็นสิ่งที่ไม่มีสาระ และกิจกรรมนันทนาการช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง บรรยากาศการนั่งดื่มที่บาร์เบียร์ริมหาด และการเล่นน้ำทะเลที่ชายหาดพัทยาเหมาะสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ไม่ควรเข้าร่วม มีทัศนคติต่อกิจกรรมนันทนาการแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. เมื่อเปรียบเทียบทัศนคติของนักท่องเที่ยวระหว่างกลุ่มที่กำลังศึกษาอยู่ กับกลุ่มที่ทำงานแล้วที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้น ในข้อที่ว่า เทศกาลวันไหล (สงกรานต์) ช่วยส่งเสริมและสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม กิจกรรมนันทนาการเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความรักและความเข้าใจอันดีในสถาบันครอบครัว การกระโดดบันจี้จัมพ์ช่วยสร้างความมั่นใจในตนเองและท้าทายความกล้าของคน และต้องเล่นน้ำทะเลทุกครั้งเมื่อมาเที่ยวพัทยา มีทัศนคติต่อกิจกรรมนันทนาการแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
ภานุพงศ์ ภัทรเชาว์ . (2549). การศึกษาทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จ. ชลบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภานุพงศ์ ภัทรเชาว์ . 2549. "การศึกษาทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จ. ชลบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภานุพงศ์ ภัทรเชาว์ . "การศึกษาทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จ. ชลบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ภานุพงศ์ ภัทรเชาว์ . การศึกษาทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการ ณ เมืองพัทยา จ. ชลบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.