ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์
นักวิจัย : นันทา ชัยพิชิตพันธ์
คำค้น : นักเรียนมัธยมศึกษา , การติดยาเสพติด , ยาเสพติดกับเยาวชน , ยาบ้า
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เทพวาณี หอมสนิท , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : 9743320997 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12597
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541

วัตถุประสงค์ของการทำวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียนมัธยมศึกษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ และศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำ กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนมัธยมศึกษาที่เสพยาบ้าซ้ำ และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ จำนวน 50 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบวัดความรู้ แบบวัดความรู้ แบบวัดทัศนคติ แบบวัดความเชื่อเกี่ยวกับการเสพยาบ้าที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นด้วยตนเอง และแบบทดสอบสุขภาพจิต SCL-90 ผู้วิจัยเก็บข้อมูลด้วยตนเองและนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาความสัมพันธ์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แบบเพียร์สัน การทดสอบค่าไคสแควร์ การทดสอบแบบแครมเมอร์ และสถิติการถดถอยพหุแบบขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่า 1. นักเรียนที่เสพยาบ้าซ้ำส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 14-16 ปี เรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้คะแนนเฉลี่ย 1.01-2.00 บิดา-มารดาอยู่ร่วมกัน บิดามีอาชีพรับราชการ มารดาอาชีพรับจ้าง นักเรียนต้องการให้ทางโรงเรียนช่วยเหลือในการเลือกเสพยาบ้า โดยช่วยพูดกับบิดา-มารดา หรือผู้ปกครองให้ยอมรับในตัวนักเรียน และส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษา นักเรียนได้ค่าใช้จ่ายจากบิดา-มารดา วันละ 21-50 บาท มีเพื่อนสนิทเสพยาบ้า มีปัญหาสุขภาพจิตแบบอาการทางจิต แบบซึมเศร้า และแบบไม่ชอบติดต่อกับผู้อื่นมีความรู้เกี่ยวกับยาบ้าอยู่ในระดับพอใช้ ส่วนทัศนคติ และความเชื่อต่อการเสพยาบ้าอยู่ในระดับดี 2. ปัจจัยนำ ได้แก่ อายุ จำนวนพี่-น้อง ลำดับที่ของบุตร ชั้นปีที่ศึกษา และสถานภาพการสมรสของบิดา-มารดา มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนความรู้เกี่ยวกับยาบ้าทัศนคติและความเชื่อต่อการเสพยาบ้า เพศ ระดับคะแนน อาชีพของบิดา-มารดา และสุขภาพจิตไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียน 3. ปัจัยเอื้อ ได้แก่ ราคายาบ้า ค่าใช้จ่ายที่นักเรียนได้รับจากผู้ปกครอง รายได้ของครอบครัวการได้มาของยาบ้า แหล่งที่ซื้อ-ขายยาบ้า สถานที่เสพยาบ้า และลักษณะที่อยู่อาศัยไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียน 4. ปัจจัยเสริม ได้แก่ การมีสมาชิกในครอบครัวเสพยาบ้า การเลี้ยงดูของบิดา-มารดา มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนการมีเพื่อสนิทเสพยาบ้าความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสัมพันธ์กับครู ความสัมพันธ์กับเพื่อน กฎระเบียบข้อบังคับของโรงเรียนและกฎหมาย ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียน

บรรณานุกรม :
นันทา ชัยพิชิตพันธ์ . (2541). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทา ชัยพิชิตพันธ์ . 2541. "การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทา ชัยพิชิตพันธ์ . "การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print.
นันทา ชัยพิชิตพันธ์ . การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเสพยาบ้าซ้ำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธัญญารักษ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.