ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ด้วยระบบถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่อง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ด้วยระบบถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่อง
นักวิจัย : มลวิภา ลือชัย
คำค้น : ปลานิล -- การเลี้ยง , คุณภาพน้ำ , บ่อเลี้ยงปลา , เครื่องกรองและการกรอง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มั่นสิน ตัณฑุลเวศม์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746372645 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12590
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

ศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ที่เกิดจากการใช้ระบบถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่อง ในการกำจัดแพลงค์ตอนพืชออกจากน้ำหมุนเวียนของบ่อเลี้ยงปลาในอัตราต่างๆ และศึกษาหาอัตราการหมุนเวียนน้ำที่เหมาะสม สำหรับใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อ ให้สามารถเลี้ยงปลานิลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การทดลองประกอบด้วยบ่อเลี้ยงปลานิล 4 บ่อ ทดลองเปรียบเทียบกัน การเลี้ยงปลาเป็นแบบระบบปิดจำนวน 50 ตัว/บ่อ โดยบ่อเลี้ยงปลาบ่อที่ 2,3 และ 4 ทดลองปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยการหมุนเวียนน้ำออกจากบ่อ แล้วนำไปบำบัดในถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่องในอัตรา 5,10 และ 20% หรือเท่ากับ 21,42 และ 84 ลิตร/วัน ตามลำดับ และทดลองเปรียบเทียบกับบ่อเลี้ยงปลาบ่อที่ 1 ที่ไม่มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำ จากการทดลองพบว่า อุณหภูมิของทุกบ่อตลอดการทดลองมีค่าอยู่ระหว่าง 25.6-33.4 องศาเซลเซียส ค่าเฉลี่ยของออกซิเจนละลายน้ำในทุกบ่อ มีค่าอยู่ในระดับที่ปลานิลสามารถเจริญเติบโตได้ดี (มากกว่า 5 มก./ล.) และค่าออกซิเจนละลายน้ำต่ำสุดเกิดขึ้นในบ่อที่ 1 ผลการทดลองของการปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลา ด้วยการหมุนเวียนน้ำออกจากบ่อ แล้วนำไปบำบัดในถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่องในอัตรา 0,5,10 และ 20% ของบ่อที่ 1,2,3 และ 4 พบว่า ปริมาณสารอินทรีย์หรือของเสียต่างๆ ที่สะสมอยู่ในบ่อที่ 1 มีค่าสูงมากกว่าบ่ออื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ และสารต่างๆ เหล่านี้มีปริมาณลดน้อยลงในบ่อที่ 2, 3 และมีปริมาณน้อยที่สุดในบ่อที่ 4 โดยมีปริมาณแอมโนเนียเท่ากับ 2.1,1.41,0.86 และ 0.76 มก./ล.ไนโตรเจน ปริมาณไนไตรต์เท่ากับ 3.2,2.1,2.4 และ 0.79 มก./ล.ไนโตรเจน ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด 13.1,13.5,15.5 และ 5.4 มก./ล.ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสทั้งหมดเท่ากับ 13.7,10.5,9.7 และ 0.99 มก./ล. ตามลำดับ ส่วนค่าซีโอดีละลายน้ำไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีค่าเท่ากับ 87.3,86.8,79.0 และ 71.4 มก./ล. ของน้ำในบ่อที่ 1,2,3 และ 4 ตามลำดับ จากการเปรียบเทียบผลผลิตปลานิล พบว่าบ่อที่ 3 ให้ผลผลิตสุทธิสูงที่สุดเท่ากับ 4.81 กก./บ่อ รองลงมาคือ บ่อที่ 4,2 และ 1 โดยให้ผลผลิตสุทธิเท่ากับ 4.15,3.62 และ 3.01 กก./บ่อ ตามลำดับ ส่วนอัตรารอดพบว่า บ่อที่ 4 มีค่าสูงสุดเท่ากับ 77.6% รองลงมาคือบ่อที่ 3,1 และ 2 โดยมีค่าเท่ากับ 70.5,63.5 และ 53.8% ตามลำดับ สรุปได้ว่า การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ด้วยการกำจัดแพลงค์ตอนออกจากน้ำหมุนเวียนของบ่อในอัตรา 5,10 และ 20% ช่วยลดการสะสมของสารอินทรีย์และของเสียต่างๆ รวมทั้งสารที่เป็นพิษต่อปลานิล พบว่าที่อัตราการหมุนเวียนน้ำ 20% มีประสิทธิภาพในการควบคุมระดับของสารพิษ สารอินทรีย์และของเสียให้เหลือสะสมอยู่ในบ่อน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพรองลงมาคือที่อัตราการหมุนเวียนน้ำ 10 และ 5%

บรรณานุกรม :
มลวิภา ลือชัย . (2540). การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ด้วยระบบถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่อง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มลวิภา ลือชัย . 2540. "การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ด้วยระบบถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่อง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มลวิภา ลือชัย . "การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ด้วยระบบถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่อง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
มลวิภา ลือชัย . การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิล ด้วยระบบถังกรองทรายแบบไหลไม่ต่อเนื่อง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.