ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวัดความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวัดความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์
นักวิจัย : ดุษฎี หมื่นห่อ
คำค้น : โทลูอีน , ไซลีน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743342095 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12546
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

การวัดความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์ ได้เก็บตัวอย่างประเภทติดกับตัวบุคคลโดยใช้ charcoal tube ประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ charcoal tube และประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ air bag (tedlar) เพื่อศึกษาความเข้มข้นของโทลูอีน และไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์ 2 แห่ง ที่มีลักษณะการทำงานแตกต่างกันและเปรียบเทียบผลของการเก็บตัวอย่างทั้ง 3 ประเภท ผลการศึกษาพบว่า ค่าความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในทุกบริเวณที่ศึกษา ไม่มีค่าใดเกินมาตรฐาน โดยที่ความเข้มข้นของโทลูอีนโดยทั่วไปในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์ บี สูงกว่าอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์ เอ. ส่วนความเข้มข้นของไซลีน โดยทั่วไปในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์ เอ สูงกว่าอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์ บี อู่พ่นซ่อมสีรถยนต์ เอ. มีค่าเฉลี่ยความเข้มข้นสูงสุด และความเข้มข้นสูงสุดของโทลูอีนที่ห้องผสมสี จากการเก็บตัวอย่างประเภทติดกับตัวบุคคลโดยใช้ charcoal tube คือ 161.98 mg/m3 และ 327.16 mg/m3 ตามลำดับ ส่วนค่าเฉลี่ยความเข้มข้นสูงสุด และความเข้มข้นสูงสุดของไซลีน พบที่ห้องผสมสี จากการเก็บตัวอย่างประเภทติดกับตัวบุคคล โดยใช้ charcoal tube เช่นเดียวกัน โดยมีค่า 23.08 mg/m3 และ 41.04 mg/m3 ตามลำดับ สำหรับอู่พ่นสีซ่อมสีรถยนต์ บี ทั้งค่าเฉลี่ยความเข้มข้นสูงสุด และค่าความเข้มข้นสูงสุดของโทลูอีน พบที่บริเวณพ่นสีนอกห้อง จากการเก็บตัวอย่างประเภทติดกับตัวบุคคลโดยใช้ charcoal tube คือ 259.06 mg/m3 และ 485.96 mg/m3 ตามลำดับ ส่วนค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของไซลีนสูงสุดพบที่ห้องผสมสี จากการเก็บตัวอย่างประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ charcoal tube คือ 12.59 mg/m3 และพบค่าสูงสุดของไซลีน จากการเก็บตัวอย่างประเภทติดกับตัวบุคคลโดยใช้ charcoal tube ในห้องผสมสีคือ 19.45 mg/m3 สำหรับผลของการเปรียบเทียบผลของการเก็บตัวอย่างทั้ง 3 ประเภท พบว่า การเก็บตัวอย่างประเภทติดกับตัวบุคคลโดยใช้ charcoal tube ให้ค่าความเข้มข้นของโทลูอีน และไซลีนสูงกว่าการเก็บตัวอย่างประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ charcoal tube และ air bag เนื่องจากว่าการเก็บตัวอย่างประเภทติดกับตัวบุคคลโดยใช้ charocoal tube เครื่องเก็บตัวอย่างอากาศจะอยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดของโทลูอีน และไซลีน ในขณะที่การเก็บตัวอย่างประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ charcoal tube และ air bag เครื่องเก็บตัวอย่างอากาศจะอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดของโทลูอีน และไซลีนออกไป ส่วนการเก็บตัวอย่างประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ charcoal tube พบว่า จะให้ค่าความเข้มข้นของโทลูอีน สูงกว่าการเก็บตัวอย่างประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ air bag เพราะเมื่อโทลูอีนถูกแสงแดดจะเกิด photooxidize ใน air bag ทำให้โทลูอีนจำนวนหนึ่งสูญหายไป นอกจากนี้ยังพบว่าความเข้มข้นของไซลีน จากการเก็บตัวอย่างประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ charcoal tube ไม่แตกต่างจากการเก็บตัวอย่างประเภทติดตั้งกับพื้นที่โดยใช้ air bag (teflar) ทั้งนี้เนื่องจากทุกบริเวณที่ทำการศึกษา มีค่าเข้มข้นของไซลีนในบรรยายกาศน้อยมาก

บรรณานุกรม :
ดุษฎี หมื่นห่อ . (2542). การวัดความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดุษฎี หมื่นห่อ . 2542. "การวัดความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดุษฎี หมื่นห่อ . "การวัดความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
ดุษฎี หมื่นห่อ . การวัดความเข้มข้นของโทลูอีนและไซลีนในอู่พ่นซ่อมสีรถยนต์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.