ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาสารประกอบนาโนคอมพอสิตของโพลีเบนซอกซาซีนกับดินเพื่อใช้เป็นวัสดุทนไฟ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาสารประกอบนาโนคอมพอสิตของโพลีเบนซอกซาซีนกับดินเพื่อใช้เป็นวัสดุทนไฟ
นักวิจัย : รัตนวรรณ มกรพันธุ์ , Rathanawan Magaraphan
คำค้น : Benzoxazine , Engineering and technology , Materials engineering , Polymers , Refractory materials , วัสดุทนไฟ , ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , เบนซอกซาซีน , โพลิเมอร์
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/9271
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

มอนอเมอร์ของเบนซอกซาซีนเตรียมได้จากบิสฟีนอลเอ (Bis-phenol A) ฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) และนอร์มัลบิวทิลเอมีน (n-Butylamine) โดยใช้ไดออกเซน (Dioxane) เป็นตัวทำละลาย ซึ่งสามารถวิเคราะห์โครงสร้างได้จากเทคนิค Gel permeable chromatography (GPC) และ Fourier transform infrared (FTIR) แร่ดิน (Mineral clay) ที่ใช้คือ โซเดียมมอนท์มอริลโลไนท์ (Sodium montmorillo-nite) ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเตรียมนาโนคอมพอสิตที่ศึกษาได้แก่ ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุโซเดียมของแร่ดิน ความเป็นขั้วของตัวทำละลาย (Polarity) และความเข้ากันได้ระหว่างไพรมารีเอมีน (Primary amine) กับโพลีเบนซอกซาซีน แร่ดินได้ผ่านขั้นตอนการแลกเปลี่ยนประจุกับสารอินทรีย์พวกไพรมารีเอมีนชนิดต่างๆ ได้แก่ 4-amino-N,N-dimethyl aniline dihydrochloride, 6-amino caproic acid, dodecylamine, p-phenetidine, และ 2,4,6-trimethylaniline เพื่อให้มีความชอบอินทรียสาร (Organically modified montmorillonite, OR-CLAY) มากขึ้น ไพรมารีเอมีนที่ใช้ทั้งห้าชนิดและมีค่าความสามารถในการละลายเทียบกับเบนซอกซีนต่างกัน ระหว่าง 0.13 1.3 (cal.cm-3)1/2 สามารถแลกเปลี่ยนประจุอิออนโซเดียมได้มากกว่า 90% โดยเทคนิค Atomic absorption (AA) และทำให้อุณหภูมิของการเสื่อมสภาพ (Decomposition temperature) ของไพรมารีเอมีนใน OR-CLAY เพิ่มขึ้น จากผลของ Wide angle x-ray diffraction (WAXD) พบว่าไพรมารีเอมีนไปทำให้ชั้นของซิลิเกตในแร่ดินขยายกว้างขึ้นจากเดิม 4-8 ? เนื่องจากไพรมารีเอมีนที่เลือกใช้มีขนาดเล็ก นาโนคอมพอสิตชนิดใหม่จากโพลีเบนซอกซาซีนกับ OR-CLAY เหล่านี้สามารถเตรียมได้โดยการผสมแบบใช้ตัวทำละลายและการผสมแบบหลอม ในการเตรียมแบบใช้ตัวทำละลาย พบว่าเมื่อผสมตัวทำละลายที่มีขั้วคือ เมธานอล (Methanol) จำนวน 5%vol ในสารผสมของโทลูอีน (Toluene) กับ OR-CLAY จะสามารถทำให้สารผสมบวมพองขึ้นมาก อย่างไรก็ตามผลของ WAXD แสดงให้เห็นว่าระยะห่างของชั้นซิลิเกตในสารนาโนคอมพอสิตที่เตรียมทั้งสองวิธี ไม่ต่างกัน คือ ประมาณ 4 ? ส่วนผลของ Transmission electron microscope (TEM) ทำให้เห็นว่ารูปสัณฐานของชั้นซิลิเกตเป็นแบบกลุ่มและมีการบิดโค้ง จึงสนับสนุนว่านาโนคอมพอสิตที่เตรียมได้เป็นแบบแทรก (Intercalated nanocomposite) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความเข้ากันได้หรือความสามารถในการละลายระหว่างพอลิเมอร์และไพรมารีเอมีนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ขนาดของเอมีนก็มีผลต่อการขยายระยะห่างของชั้นซิลิเกตด้วย นาโนคอมพอสิตมีอุณหภูมิของการเสื่อมสภาพสูงกว่าพอลิเบนซอกซาซีนไม่มากนัก แต่ทนต่อการดูดซึมน้ำได้ดี

บรรณานุกรม :
รัตนวรรณ มกรพันธุ์ , Rathanawan Magaraphan . (2542). การพัฒนาสารประกอบนาโนคอมพอสิตของโพลีเบนซอกซาซีนกับดินเพื่อใช้เป็นวัสดุทนไฟ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
รัตนวรรณ มกรพันธุ์ , Rathanawan Magaraphan . 2542. "การพัฒนาสารประกอบนาโนคอมพอสิตของโพลีเบนซอกซาซีนกับดินเพื่อใช้เป็นวัสดุทนไฟ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
รัตนวรรณ มกรพันธุ์ , Rathanawan Magaraphan . "การพัฒนาสารประกอบนาโนคอมพอสิตของโพลีเบนซอกซาซีนกับดินเพื่อใช้เป็นวัสดุทนไฟ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2542. Print.
รัตนวรรณ มกรพันธุ์ , Rathanawan Magaraphan . การพัฒนาสารประกอบนาโนคอมพอสิตของโพลีเบนซอกซาซีนกับดินเพื่อใช้เป็นวัสดุทนไฟ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2542.