ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาผลขององค์ประกอบที่ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติต่อคุณสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาผลขององค์ประกอบที่ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติต่อคุณสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์
นักวิจัย : ชูเดช ดีประเสริฐกุล , Chudej Deeprasertkul
คำค้น : Automotive industry and trade , Dynamics , Engineering and technology , Latex , Materials engineering , Polymers , Rubber , Rubber goods , Rubber industry and trade , ผลิตภัณฑ์ยาง , พลศาสตร์ , ยางธรรมชาติ , ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , อุตสาหกรรมยาง , อุตสาหกรรมรถยนต์ , แรง
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/4516
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมยางนับเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญประเภทหนึ่งในหลาย ๆ ประเภทของการใช้ผลิตภัณฑ์ยาง ความเหมาะสมของการนำไปใช้ขึ้นอยู่กับสมบัติในการรับแรงประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมรถยนต์สมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์เป็นสมบัติ ที่จำเป็นต้องศึกษาทั้งในแง่การควบคุมคุณภาพของยางรถยนต์และการนำไปใช้เป็น ดัชนีที่สำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงการนำไปใช้งานของยางรถยนต์ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาในด้านวงการวิชาการและในหน่วยงานทางอุตสาหกรรมได้ ให้ความสนใจและศึกษาถึงผลกระทบของของเหลวต่อสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์ของ ยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันผสมซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบในการผสมยาง การใส่น้ำมันลงในยางไม่เพียงแต่จะปรับปรุงการกระจายตัวของสารเคมีที่อยู่ใน ยางเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงสมบัติเชิงกลของยางด้วย ซึ่งจากผลการศึกษาที่ผ่านมา ผลกระทบของน้ำมันต่อสมบัติในการรับแรงทางพลศาสตร์ของยางสามารถอธิบายได้ด้วย ทฤษฎี Free Volume ทฤษฎีนี้สามารถอธิบายและทำนายค่า Dynamic Loss Modulus ของยางสังเคราะห์ (Isoprene Rubber) ทั้งกรณีที่มีน้ำมันและไม่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับยางธรรมชาติทฤษฎีนี้ยังไม่สามารถทำนายผลได้อย่างถูกต้องนัก ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเนื่องมาจากในทฤษฎีนี้มิได้คำนึงถึงองค์ประกอบ ที่ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติ ดังนั้นจุดมุ่งหมายในการทำวิจัยครั้งนี้ก็เพื่อศึกษาถึงผลขององค์ประกอบที่ ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติต่อสมบัติในการรับแรงทางพลศาสตร์ของยางที่มี น้ำมันเป็นองค์ประกอบ ในการทำวิจัยนี้ การศึกษาสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงความ ถี่การสั่นของยางธรรมชาติแบบ Free Vibration เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจการเปลี่ยนแปลงความถี่แบบนี้ (Oscillating beam) จะถูกสร้างขึ้นและใช้เป็นเครื่องมือหลักในการศึกษาและวิจัย ข้อดีของเครื่องมือประเภทนี้คือสามารถนำไปใช้วัดค่าการรับแรงทางพลศาสตร์ได้ อย่างถูกต้องในยางที่มีความนิ่มตัวสูง ซึ่งยางที่ใช้ผสมน้ำมันในการศึกษาสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือยางสังเคราะห์ (Isoprene Rubber) และอีกประเภทคือยางธรรมชาติ (Natural Rubber) ยางธรรมชาติสามารถเตรียมได้จากน้ำยางธะรรมชาติซึ่งนอกจากจะสามารถควบ คุมน้ำหนักโมเลกุลเริ่มต้นให้ใกล้เคียงกันเพื่อประโยชน์ในการควบคุมตัวแปรใน การศึกษาแล้วยังสามารถเตรียมยางที่ไม่มีส่วนที่ไม่ใช่เนื้อยางจากน้ำยาง ธรรมชาติได้ ผลที่ได้จากงานวิจัยนี้จะสามารถนำไปใช้ปรับปรุงทฤษฎี Free Volume ซึ่งนอกจากจะช่วยในการทำนายผลของน้ำมันที่มีต่อสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์ ได้แล้วยังเป็นแนวทางเบื้องต้นก่อนที่จะศึกษาผลของสารเสริมแรง เช่น เขม่าดำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทางภาคอุตสาหกรรม Today, commercial applications of rubbery materials play an important part in modern world. In numerous applications, the material is generally characterised by its specific response to the application of force. In tyre industries, dynamic properties are determined in order to control the quality of products and are also used as a criteria to improve tyre performances. In recent years, in both academics and industries have been focusing on the effect of liquids on the dynamic properties. The liquid such as oil is an important ingredient in rubber mixing. The incorporation of liquid does not only improve the dispersion of rubber mixing ingredients but also alters the mechanical properties of rubber. The free volume theory was employed to explain and predict the dynamic behaviour of swollen elastomer. This theory can well predict the dynamic loss modulus of swollen and unswollen Isoprene Rubber (IR). However, it is not the case for Natural Rubber (NR). The deviation from the theory may be accounted for by the presence of non-rubber such as protein. Therefore, the objective of this study is to determine the effect of non-rubber on the dynamic properties of oil-swollen rubber. The free vibration technique will be adopted in this investigation in order to study the dynamic mechanical properties. Oscillating beam which based on this technique will be built. The value of dynamic properties measured by this apparatus shows a good precision for a very soft elastomer. Two types of rubber will be used in this invertigation, IR and NR. A solid NR is prepared from latex to control the initial molecular weight of rubber which is one of an important controlled factor. Furthermore, latex can be used to prepare Natural Rubber without non-rubber part, which is the main material used in this investigation. The free volume theory will be modified using the results from this investigation. The modification is expected to improve the prediction of dynamic properties in Natural Rubber. The result can be used as a basis for further study on the combination effect of reinforcing filler such as carbon black and oil.

บรรณานุกรม :
ชูเดช ดีประเสริฐกุล , Chudej Deeprasertkul . (2544). การศึกษาผลขององค์ประกอบที่ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติต่อคุณสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล , Chudej Deeprasertkul . 2544. "การศึกษาผลขององค์ประกอบที่ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติต่อคุณสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล , Chudej Deeprasertkul . "การศึกษาผลขององค์ประกอบที่ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติต่อคุณสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2544. Print.
ชูเดช ดีประเสริฐกุล , Chudej Deeprasertkul . การศึกษาผลขององค์ประกอบที่ไม่ใช่เนื้อยางในยางธรรมชาติต่อคุณสมบัติการรับแรงทางพลศาสตร์. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2544.