ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับผิวท่อยางสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับผิวท่อยางสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
นักวิจัย : กตัญชลี ไม้งาม , Katanchalee Mai-ngam
คำค้น : Chitosan , Engineering and technology , Infection , Materials engineering , Polymers , Surface active agents , Urinary catheterization , การติดเชื้อ , ระบบทางเดินปัสสาวะ , ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , สายสวนปัสสาวะ , สารสดแรงตึงผิว , หลอดสวนปัสสาวะ , โพลิเมอร์ , ไคโตแซน
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3952
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะเนื่องจากการใช้หลอดสวนปัสสาวะเป็นปัญหาการ ติดเชื้อที่พบมากี่สุดในสถานพยาบาล ปัญหาดังกล่าวก่อให้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อน ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โครงการนี้จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการปรับปรุงผิวหน้าของ หลอดสวนปัสสาวะด้วยพอลิเมอร์ชนิดที่มีไคโตซานเป็นองค์ประกอบหลัก การออกแบบสารปรับปรุงผิวหน้าสำหรับพัฒนาหลอดสวนในงานวิจัยนี้ ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าวัสดุที่ผลิตขึ้นได้จะสามารถลดอัตราการติดเชื้อใน ระบบทางเดินปัสสาวะดดยแรงผลักที่เกิดจากความเกะกะของโมเลกุล และคุณสมบัติเฉพาะตัวของไคโตซานในการป้องกันการเติบโตของแบคทีเรีย นอกจากนี้ ความเสถียรของสารปรับปรุงผิวหน้าภายใต้สภาวะการไหลของปัสสาวะเมื่อถูกเคลือบ ลงบนหลอดสวนเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบสารปรับ ปรุงผิวหน้า โดยหลักการข้างต้น ผู้ร่วมโครงการจึงเสนอสารลดแรงตึงผิวแบบพอลิเมอร์ที่มีลักษณะทางโครงสร้าง คล้ายหวี เพื่อใช้เป็นสารปรัปบรุงผิวหน้าในการแก้ไขปัญหาการติดเชื้อของหลอดสวน ปัสสาวะ พอลิเมอร์ดังกล่าวมีพอลิไวนิลเอมีนเป็นสายโซ่หลัก ไคโตซานและอัลคิลเป็นโซ่สาขาที่ชอบน้ำและไม่ชอบน้ำตามลำดับ พอลิเมอร์ที่สังเคราะห์ได้สามารถจัดเรียงตัวบนผิวหน้าของหลอดสวนโดยแรงดึง ดูดระหว่างหลอดสวนและโซ่สาขาอัลคิล ทั้งนี้เนื่องจากหลอดสวนที่มีจำหน่ายในทางพาณิชย์ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติหรือ ซิลิโคน ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ชนิดไม่ชอบน้ำ ในขณะที่ไคโตซานจะแทรกตัวเข้าไปในน้ำปัสสาวะ ป้องกันการเกาะตัวและการเติบโตของแบคทีเรีย ความเสถียรของพอลิเมอร์บนพื้นผิววัสดุและการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียจะ ถูกพัฒนาโดยการเปลี่ยนอัตราส่วนในเชิงปริมาณระหว่างไคโตซานต่ออัลคิลที่ใช้ เป็นสารตั้งต้น Catheter-associated urinary tract infection is the most common nosocomial infection, leading to morbidity and mortality. The proposed studies are directed toward synthesizing a novel chitsan-containing surface modifying agents. The design of the modifying agents is based on the hypothesis that catheter-associated infection rate can be decreased by steric repulsive forces and antimicrobial activity of chitosan. Our approach considers the importance of immobilization stability under urine flow. We propose comb-like surfactant polymers derived from poly(vinyl amine) with gydrophilic oligochitosan and hydrophobic alkyl that undergo surface assembly on catheters. The hydrophilic ligands orient into the aqueous environment to provide repulsive forces and antimicrobial activity, while the hydrophobic ligands serve as a physical binder to constrain the polymer backbone to a hydrophobic catheter (commercially made from natural rubber latex or silicone) via hydrophobic interactions. In order to optimize surfactant stability and bacterial resistance, hydrophilic/hydrophobic balance of the surfactants will be varied by adjusting the feed ratio of oligochitosan to alkyl.

บรรณานุกรม :
กตัญชลี ไม้งาม , Katanchalee Mai-ngam . (2549). การปรับผิวท่อยางสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
กตัญชลี ไม้งาม , Katanchalee Mai-ngam . 2549. "การปรับผิวท่อยางสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
กตัญชลี ไม้งาม , Katanchalee Mai-ngam . "การปรับผิวท่อยางสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2549. Print.
กตัญชลี ไม้งาม , Katanchalee Mai-ngam . การปรับผิวท่อยางสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2549.