ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาเพื่อใช้แรเอิธจากหางแร่ดีบุกในการปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาเพื่อใช้แรเอิธจากหางแร่ดีบุกในการปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะ
นักวิจัย : มนัส สถิรจินดา , Manas Saterachinda
คำค้น : Engineering and technology , Metallurgy , Rare earths , Steel making technology , Tin , ซีเรียม , ดีบุก , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , แรเอิธ , โลหะ
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2532
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3853
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยนี้ได้ทดลองผลิตโลหะซีเรียม-ซิลิคอนจากซีเรียมออกไซด์โดยใช้ เฟอร์โร-ซิลิคอน หรือแคลเซียมซิลิไซด์เป็นตัวรีดิวซ์ ใช้ฟลูออไรต์เป็นฟลักซ์ และให้ความร้อนแก่ตัวอย่างโดยการอาร์กด้วยแท่งอิเล็กโทรดแกรไฟต์เพื่อให้ เกิดปฏิกิริยา ตัวแปรที่ศึกษาได้แก่ สัดส่วนของซีเรียม-ออกไซด์ต่อตัวรีดิวซ์ที่ใช้ และปริมาณของฟลักซ์ พบว่าในกรณีที่ใช้เฟอร์โรซิลิคอน (75% Si) เป็นตัวรีดิวซ์ โลหะผสมที่ได้มี % Ce ค่อนข้างต่ำประมาณ 23-25% ที่สัดส่วนซีเรียมออกไซด์ต่อเฟอร์โร-ซิลิคอนเท่ากับ 1-1.5 เนื่องจากซิลิคอนเป็นตัวรีดิวซ์ที่ไม่รุนแรงพอสำหรับรีดิวซ์ซีเรียม-ออกไซด์ เป็นโลหะซีเรียม ในการใช้แคลเซียมซิลิไซด์เป็นตัวรีดิวซ์ ได้ทดลองใช้สัดส่วนของซีเรียมออกไซด์ต่อแคลเซียมซิลิไซด์ตั้งแต่ 0.5–2.0 พบว่าการใช้แคลเซียมซิลิไซด์ (Ca=30% และ Si=62%) ในการ รีดิวช์มากขึ้นมีผลให้ % Ce ในโลหะที่ได้สูงขึ้น แต่เมื่อใช้แคลเซียมซิลิไซด์มากเกินไปจะได้ % Ce ในโลหะต่ำลง ผลการทดลองพบว่าที่สัดส่วนของซีเรียมออกไซด์ต่อแคลเซียมซิลิไซด์ประมาณ 1:1.25 และใช้ปริมาณฟลูออไรต์เท่ากับ 30% ของน้ำหนักซีเรียมออกไซด์ จะได้ % Ce สูงสุดที่ประมาณ 50% ที่เหลือส่วนใหญ่ในโลหะเป็นซิลิคอนและเหล็ก ประสิทธิภาพในการรีดิวช์ซีเรียมออกไซด์อยู่ที่ประมาณ 80% ในการศึกษาครั้งนี้ This research project investigated the production of cerium-silicon alloys from cerium oxide using ferrosilicon or calcium silicide as a reducing agent and fluorite as flux. The sample mixtures in a graphite crucible were arced with a graphite electrode to supply heat for the reaction. The variables studied include weight ratio of cerium oxide and the reducing agent and the amount of flux. When using ferrosilicon (75% Si) the cerium content in the alloys produced was relatively low in the range of approximately 23-25% at cerium oxide and ferrosilicon weight ratio of 1-1.5. This is because silicon is not sufficiently strong in reducing cerium oxide into cerium metal. In the case of calcium silicide, the experiments were conducted for cerium oxide and calcium silicide weight ratio of 0.5-2.0. With increased amount of calcium silicide (Ca = 30% , Si = 62%) used, the cerium content in the metals produced increases. However, lower cerium content in the metal was obtained if the amount of calcium silicide employed was too high. The results indicated that at cerium oxide and calcium silicide weight ratio of 1:1.25 the maximum cerium content in metal was maximum at around 50% (the rest being mainly silicon and iron) when the amount of flux used was 30% of the cerium oxide weight. The cerium recovery was approximately 80% in this study.

บรรณานุกรม :
มนัส สถิรจินดา , Manas Saterachinda . (2532). การพัฒนาเพื่อใช้แรเอิธจากหางแร่ดีบุกในการปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
มนัส สถิรจินดา , Manas Saterachinda . 2532. "การพัฒนาเพื่อใช้แรเอิธจากหางแร่ดีบุกในการปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
มนัส สถิรจินดา , Manas Saterachinda . "การพัฒนาเพื่อใช้แรเอิธจากหางแร่ดีบุกในการปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2532. Print.
มนัส สถิรจินดา , Manas Saterachinda . การพัฒนาเพื่อใช้แรเอิธจากหางแร่ดีบุกในการปรับปรุงคุณสมบัติของโลหะ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2532.