ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาแผ่นไคติน-ไคโตซานเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นเพื่อใช้ในการรักษาความ วิการของเนื้อเยื่อ ด้วยวิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาแผ่นไคติน-ไคโตซานเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นเพื่อใช้ในการรักษาความ วิการของเนื้อเยื่อ ด้วยวิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อ
นักวิจัย : สมพร สวัสดิสรรพ์ , วนิดา จันทร์วิกูล , Somporn Swasdison , Wanida Janvikul
คำค้น : Barrier membranes , Chitin , Chitosan , Dental materials , Engineering and technology , Guided tissue regeneration , Materials engineering , Periodontitis , Polymers , การงอกใหม่ , ทันตวัสดุ , ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , แผ่นเยื่อขวางกั้น , โรคปริทันต์ , ไคติน , ไคโตแซน
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3235
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

แผ่นเยื่อขวางกั้นมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาความวิการ (defect) ของเนื้อเยื่อด้วย “วิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อ” หรือ “จีทีอาร์” และ “วิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของกระดูก” หรือ“จีบีอาร์”ซึ่งทั้งสองวิธีการนี้มีหลักการของการรักษาคือใส่แผ่นเยื่อไป ขวางกั้นการเจริญของเซลล์ที่ไม่ต้องการ เปิดโอกาสให้เซลล์ที่มีความสำคัญต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเคลื่อนตัวเข้าไป และเจริญเติบโตในบริเวณที่มีความวิการ เกิดการซ่อมแซมโดยการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อที่เหมาะสม จีทีอาร์เป็นวิธีการหนึ่งที่นิยมใช้ในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบที่มีการ ทำลายของกระดูกรอบรากฟันโดยแผ่นเยื่อที่ใส่เข้าไปนั้นจะขวางกั้นการเจริญของ เซลล์เยื่อบุผิวและเซลล์จากเนื้อเยื่อยึดต่อของเหงือกมิให้เคลื่อนลงไปยัง แผลผ่าตัดส่วนที่เคยเป็นร่องลึกปริทันต์ เปิดโอกาสให้เซลล์จากเอ็นยึดปริทันต์เจริญเข้าไปยังบริเวณแผลผ่าตัด ซ่อมแซมและสร้างอวัยวะปริทันต์ใหม่มายึดเกาะกับผิวรากฟัน ส่วนจีบีอาร์เป็นวิธีการที่นำมาใช้ในการซ่อมแซมกระดูกส่วนที่วิการ โดยแผ่นเยื่อที่ใส่จะป้องกันการรบกวนกระบวนการซ่อมแซมกระดูกจากเนื้อเยื่อ อ่อนข้างเคียงและกำหนดขอบเขตของการซ่อมแซมกระดูกโดยเซลล์สร้างกระดูกที่ เคลื่อนเข้าสู่บริเวณที่มีความวิการ คุณสมบัติที่สำคัญของแผ่นเยื่อขวางกั้นที่ดีคือ ยินยอมให้เซลล์จากเนื้อเยื่อเจริญเข้าไปแทรกซึมได้ สามารถแยกเซลล์ที่ไม่ต้องการออกได้ จัดการได้ง่าย ทำให้เกิดช่องว่างเพื่อให้เป็นที่อยู่ของเนื้อเยื่อที่จำเป็นต่อการซ่อมแซม ของแผล และมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพกับเนื้อเยื่อ แผ่นเยื่อขวางกั้นที่ใช้กันในปัจจุบันเป็นแผ่นเยื่อสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นทาง การค้า แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดละลายได้เอง และชนิดไม่ละลายเอง เนื่องด้วยแผ่นเยื่อทั้งสองชนิดนี้มีราคาสูงมาก อันเป็นข้อจำกัดที่สำคัญสำหรับการรักษาโรคใน ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ ประกอบกับการจัดแผ่นเยื่อให้แนบกับบริเวณที่จะทำการรักษาทำได้ยากในกรณีของ การทำจีทีอาร์ จึงได้มีความพยายามในการหาแผ่นเยื่อชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาใช้ทด แทน ปัจจุบันนี้ในประเทศไทยได้มีการนำเอาแผ่นยางกันน้ำลายและแผ่นซิลิโคนซึ่งมี ราคาถูกกว่ามากมาใช้เป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบด้วย วิธีจีทีอาร์ในผู้ป่วยและให้ผลการรักษาดีพอสมควร แต่แผ่นสังเคราะห์สองชนิดหลังนี้มีข้อบกพร่องของการเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้น คือ เซลล์ไม่สามารถเจริญแทรกเข้าไปได้ นอกจากนี้แผ่นยางกันน้ำลายและแผ่นซิลิโคนไม่ละลายเอง ต้องทำการผ่าตัดครั้งที่สองเพื่อเอาแผ่นขวางกั้นออก จากการศึกษาคุณสมบัติของวัสดุที่อาจนำมาผลิตเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้น พบว่าสารไคติน-ไคโตซานซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเปลือกหรือแกนของสัตว์ทะเลบาง ชนิด สามารถทำเป็นแผ่นบางและมีคุณสมบัติหลายประการที่เหมาะสมกับการใช้เป็นแผ่น เยื่อขวางกั้นได้ ดังนั้น โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาแผ่น เยื่อบางจากวัสดุ ไคติน-ไคโตซาน เพื่อใช้เป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบในผู้ป่วย และการแก้ไขความวิการของกระดูกที่ส่วนอื่นของร่างกาย โดยในการวิจัยครั้งนี้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอน ที่ 1 เป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการ ซึ่งได้แก่ การผลิตและพัฒนาแผ่นไคติน-ไคโตซานให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้เป็นแผ่น เยื่อขวางกั้น ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและทางชีวภาพของแผ่นไคติน- ไคโตซาน ขั้นตอนที่ 2 เป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง เพื่อดูปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อต่อแผ่นไคติน-ไคโตซานที่พัฒนาขึ้น ซึ่งผลจากการวิจัยนี้หากพบว่าแผ่นไคติน-ไคโตซานมีคุณสมบัติที่ดี จะนำไปสู่การศึกษาถึงการใช้แผ่นชนิดนี้เป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นในการรักษาผู้ป่วยในระยะต่อไป Barrier membranes play an important role in the treatment of tissue defects by “Guided Tissue Regeneration” or “GTR” and “Guided Bone Regeneration” or “GBR” techniques. In these techniques, the barrier membranes are placed between bone and the mucoperiosteal flap to prevent the migration of unwanted cells and to allow the appropriate cells of wound healing to reestablish the damaged tissue. In the GTR technique, the barrier membrane will prevent the apical epithelial down-growth and allow the periodontal ligament cells to reestablish the damaged periodontium. In the GBR technique, the barrier membrane serves to prevent the interference with osteogenesis in a bone defect by the surrounding soft tissue, as well as to direct the regeneration of bone. Characteristics of the ideal barrier membrane include tissue integration, cell separation, manageability, space maintenance for the healing components and cellular biocompatibility. Two types of commercial barrier membranes, non-resorbable and bioabsorbable, are commonly used in these techniques. Since these membranes are expensive and not easily manageable, attempt to find a substitute which is an economical membrane with comparable quality has been performed. The rubber dam and silicone sheets have recently been used as barrier membranes in the GTR treatment in Thailand. The results of the treatment were quite satisfactory. The major disadvantages of these two sheets are the lack of tissue integration and their non resorbable property which requires the second surgery for the removal of membranes. Presently we found that the chitin-chitosan, an abundant natural product from the shells of crustaceans and is widely used in pharmaceutical aspect, might be a good candidate for the effective barrier membrane. The objective of this study is to develop and to introduce the chitin-chitosan sheets as barrier membranes in the treatment by GTR and GBR techniques. The study will be divided into 2 phases. In phase I, the chitin-chitosan sheets will be developed and laboratorily investigated for their physical and biological properties. Then, the sheets will be implanted into the experimental animals and studied for the tissue reaction in phase II. The results from this study will be suggestive for the membranes to be used as barrier membranes in the GTR and GBR treatments in the patients.

บรรณานุกรม :
สมพร สวัสดิสรรพ์ , วนิดา จันทร์วิกูล , Somporn Swasdison , Wanida Janvikul . (2550). การพัฒนาแผ่นไคติน-ไคโตซานเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นเพื่อใช้ในการรักษาความ วิการของเนื้อเยื่อ ด้วยวิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
สมพร สวัสดิสรรพ์ , วนิดา จันทร์วิกูล , Somporn Swasdison , Wanida Janvikul . 2550. "การพัฒนาแผ่นไคติน-ไคโตซานเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นเพื่อใช้ในการรักษาความ วิการของเนื้อเยื่อ ด้วยวิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
สมพร สวัสดิสรรพ์ , วนิดา จันทร์วิกูล , Somporn Swasdison , Wanida Janvikul . "การพัฒนาแผ่นไคติน-ไคโตซานเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นเพื่อใช้ในการรักษาความ วิการของเนื้อเยื่อ ด้วยวิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2550. Print.
สมพร สวัสดิสรรพ์ , วนิดา จันทร์วิกูล , Somporn Swasdison , Wanida Janvikul . การพัฒนาแผ่นไคติน-ไคโตซานเป็นแผ่นเยื่อขวางกั้นเพื่อใช้ในการรักษาความ วิการของเนื้อเยื่อ ด้วยวิธีการชักนำให้เกิดการงอกใหม่ของเนื้อเยื่อ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2550.