ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนากระบวนการจับตัวของน้ำยางธรรมชาติโดยใช้สารอินทรีย์

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนากระบวนการจับตัวของน้ำยางธรรมชาติโดยใช้สารอินทรีย์
นักวิจัย : อ้อยใจ ทองเฌอ , นันทินา มูลประสิทธิ์ , Oychai Tongcher , Nantina Moonprasith
คำค้น : Engineering and technology , Inorganic compounds , Latex , Materials engineering , Polymers , Rubber , การจับตัวน้ำยาง , น้ำยางธรรมชาติ , ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , สารจับตัวน้ำยาง , สารประกอบอินทรีย์
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3223
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การจับตัวน้ำยางธรรมชาติให้เป็นยางแห้งในปัจจุบันนี้โดยทั่วไปแล้วใช้กรดใน การจับตัว ซึ่งโดยวิธีนี้จะทำให้มีกรดเป็นสารตกค้างอยู่ในผลิตภัณฑ์และยังทำให้มี ปริมาณกรดหลงเหลือในส่วนของซีรั่มซึ่งถูกปล่อยออกไปสู่สิ่งแวดล้อมซึ่งนับ ว่าเป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การจับตัวน้ำยางธรรมชาติในรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ ในกระบวนการจุ่มเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำยางธรรมชาติ เช่น ผลิตภัณฑ์ฟิล์มบาง ถุงมือ ถุงยาง ท่อยาง เป็นต้น ในกระบวนการจุ่มนั้นทำได้โดยจุ่มแม่แบบลงในสารจับตัวของน้ำยางก่อนแล้วจึง จุ่มลงในถังน้ำยางคอมพาวด์ ซึ่งการใช้สารจับตัวของน้ำยางนี้จะช่วยให้ยางติดที่แม่แบบได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้การถอดชิ้นงานออกจากแม่แบบทำได้ง่ายอีกด้วย ปัจจุบันนี้การจับตัวในกระบวนการจุ่มมักจะใช้เกลือของแคลเซียม เช่น แคลเซียมไนเตรต (Ca(NO3)2) แคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2)เนื่องมาจากประสิทธิภาพในการจับยางได้ดี ราคาถูก หาได้ง่าย ไม่มีปัญหาด้านอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค แต่การใช้สารจับตัวน้ำยางประเภทนี้มีข้อเสียเช่นกันคือ วัสดุที่ได้มีความหนาเกินไป และอาจจะก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ในงานวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อต้องการศึกษาสารจับตัวซึ่งเป็นสาร ประกอบอินทรีย์ เพื่อวัตถุประสงค์หลักสองประการ คือ เพื่อพัฒนากระบวนการจับตัวน้ำยางธรรมชาติให้เป็นยางแห้งเพื่อประหยัดเวลาและ พลังงาน และการพัฒนาการจับตัวน้ำยางธรรมชาติในกระบวนการจุ่ม เพื่อให้ได้ฟิล์มยางที่บางและสม่ำเสมอ ซึ่งสารประกอบอินทรีย์ดังกล่าวจะทำให้การจับตัวของน้ำยางสามารถที่จะควบคุม ได้ ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นอกจากนี้ยังจะทำการศึกษาถึงปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ประกอบการจับตัวของน้ำยางด้วย เช่นความถี่ในย่านไมโครเวฟ ความร้อน หรือ ความถี่ในย่านอุลตร้าโซนิค เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้กระบวนการจับตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวดเร็วขึ้น ประหยัดเวลาและพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังรวมถึงการศึกษาสมบัติเชิงกลของยางแห้งที่ผ่านการจับตัวด้วยกระบวนการ ใหม่นี้ด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะดีกว่าเนื่องจากไม่มีกรดเป็นสารเจือปนอีกด้วย Nowadays coagulation of natural rubber latex generally can be carried out using acid as a coagulant. The products produced by this method are usually contaminated by a certain amount of acid. In addition, the acid is also contaminated in the serum phase, which is released to environment causing water pollution. Furthermore, coagulation of natural rubber latex in other forms includes the dipping process for the production of goods from natural rubber latex such as thin-walled articles, gloves, condom and rubber tubes. In the dipping process, the former will be pre-coated by the coagulant prior dipping into the compounded natural rubber latex. The use of coagulant is to assist the adhesion between rubber and former efficiently as well as the ease of product removal from the former. Currently calcium salts, such as calcium nitrate and calcium chloride, are commonly used as a coagulant in the dipping process because of several advantages, including their high efficiency in coagulation, cheap price, ease to acquire, and no harm to consumer’s health. Nevertheless, there are some disadvantages of using calcium salts as coagulants. For example, the resulting film thickness is rather thick and perhaps possibility of environmental contamination. The objectives of this research are to study the organic coagulant for two main purposes, which are firstly to develop the coagulation process of natural rubber latex to form solid rubber to economize time and energy, and secondly to develop the coagulation process of natural rubber latex in dipping process to obtain smooth, thin film. Coagulation of natural rubber latex using an organic compound is expected to be more controllable, and caused no environmental pollution. Other external factors, such as frequency in microwave or ultrasonic ranges, and heat, are expected to assist the coagulation to be more efficient, quicker, saver time and energy, and more environmentally friendly. Mechanical properties of the solid rubber resulting from this new coagulation process will also be investigated. Better property of the resulting rubber is expected to obtain due to no acid contamination (in comparison to conventional coagulation method).

บรรณานุกรม :
อ้อยใจ ทองเฌอ , นันทินา มูลประสิทธิ์ , Oychai Tongcher , Nantina Moonprasith . (2550). การพัฒนากระบวนการจับตัวของน้ำยางธรรมชาติโดยใช้สารอินทรีย์.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
อ้อยใจ ทองเฌอ , นันทินา มูลประสิทธิ์ , Oychai Tongcher , Nantina Moonprasith . 2550. "การพัฒนากระบวนการจับตัวของน้ำยางธรรมชาติโดยใช้สารอินทรีย์".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
อ้อยใจ ทองเฌอ , นันทินา มูลประสิทธิ์ , Oychai Tongcher , Nantina Moonprasith . "การพัฒนากระบวนการจับตัวของน้ำยางธรรมชาติโดยใช้สารอินทรีย์."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2550. Print.
อ้อยใจ ทองเฌอ , นันทินา มูลประสิทธิ์ , Oychai Tongcher , Nantina Moonprasith . การพัฒนากระบวนการจับตัวของน้ำยางธรรมชาติโดยใช้สารอินทรีย์. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2550.