ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของซัลเฟตในน้ำเสียจากระบวนการผลิตแป้งดัดแปรต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของซัลเฟตในน้ำเสียจากระบวนการผลิตแป้งดัดแปรต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ
นักวิจัย : พรพรรณ พาณิชย์นำสิน , Pornpan Phanichnumsin
คำค้น : Anaerobic Treatment , Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , BT-B-07-XM-B5-4301 , Purification , Sewage , Sulfates , การบำบัด , การบำบัดน้ำเสีย , ซัลเฟต , น้ำเสีย , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3196
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในปัจจุบันโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังและแป้งข้าวเจ้าส่วนใหญ่ มีแนวโน้มในการขยายกิจการโดยมีการผลิตแป้งทั้งที่เป็น native starch และ modified starch ภายในโรงงานนอกเหนือจากที่มีการผลิต native starch เพียงอย่างเดียว น้ำเสียจากกระบวนการผลิต modified starch บางชนิดมีซัลเฟตความเข้มข้นสูง ในกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ในสภาวะที่มีซัลเฟตภายใต้สภาวะไร้อากาศ sulfate reducing bacteria (SRB) แข่งขันกับ methane producing bacteria (MPB) ในการใช้สารอาหาร ซึ่งเป็นสารเริ่มต้นที่สำคัญของการผลิตมีเธน จึงอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียในด้านคุณภาพและปริมาณของ ก๊าซชีวภาพที่ผลิตของระบบบำบัดเดิมที่ออกแบบไว้บำบัดน้ำเสียจากกระบวนการ ผลิต native starch ที่มีสารอินทรีย์สูงเพียงอย่างเดียวไม่มีผลจากซัลเฟตที่มีความเข้มข้นสูง เข้ามาเกี่ยวข้อง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบบำบัด แบบไร้อากาศ ทั้งที่เป็นระบบแบบดั้งเดิม (ถังปฏิกรณ์แบบ CSTR) และถังปฏิกรณ์แบบประสิทธิภาพสูง (ถังปฏิกรณ์แบบลูกผสม) ในการบำบัดน้ำเสียที่มีซัลเฟตสูง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการบำบัดน้ำเสียของโรงงาน หรือพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียที่มีซัลเฟตสูงต่อไป การศึกษาผลของซัลเฟตต่อประสิทธิภาพของถังปฏิกรณ์แบบ CSTR ป้อนน้ำเสียจากกระบวนการผลิต native starch และมีการเติมซัลเฟตที่ความเข้มข้น 1.33, 2.67, 3.33, 5.33, 6.67, 13.33, 16 และ 40 กรัมต่อลิตร หรือที่อัตราการป้อนซัลเฟต 0.087, 0.17, 0.34, 0.35, 0.67, 1.07 และ 2 Kg/m3/day เปรียบเทียบกับถังที่ไม่มีการเติมซัลเฟต เป็นเวลา 4 รอบ HRT ประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์และผลิตก๊าซชีวภาพลดลงมากขึ้นเมื่อป้อน ซัลเฟตปริมาณสูง ความเข้มข้นของซัลเฟตที่ป้อนเข้าสู่ระบบบำบัดที่สูง คือ 40 กรัมต่อลิตร มีผลยับยั้งต่อกิจกรรมของ MPB และ SRB จึงมีผลให้ถังปฏิกรณ์ล้มเหลวในระยะเวลาอันสั้น ความเข้มข้นของซัลเฟตมีผลต่อการแข่งขันระหว่าง MPB และ SRB ที่ความเข้มข้นซัลเฟต 1.33 กรัมต่อลิตร MPB แข่งขันกับ SRB ในการใช้สารอาหาร แต่ที่ความเข้มข้นซัลเฟตตั้งแต่ 2.67 กรัมต่อลิตร SRB สามารถแข่งขันชนะ MPB และเป็น pre-dominance ในระบบ และซัลเฟตที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 5.33 กรัมต่อลิตร มีผลยับยั้งกิจกรรมในการกำจัดซีโอดีและซัลเฟตของ SRB อย่างชัดเจน โดยเป็นผลยับยั้งเนื่องจากปริมาณของซัลไฟด์ที่ละลายในน้ำ การที่การผลิตมีเธนลดลงจนกระทั่งไม่มีการผลิตมีเธนที่ความเข้มข้นซัลเฟตสูงๆ นอกจากเป็นเพราะ SRB ใช้สารอาหารได้มากกว่าแล้วยังเป็นเพราะผลยับยั้งเนื่องจากซัลไฟด์ MPB ไวต่อความเป็นพิษของซัลไฟด์มากกว่า SRB ผลยับยั้งเนื่องจากซัลไฟด์จะรุนแรงขึ้นถ้าค่าพีเอชของระบบอยู่ในช่วงที่ต่ำ กว่า 6.5 ที่ค่าพีเอชช่วงนี้ซัลไฟด์อยู่ในรูปที่ไม่แตกตัวซึ่งเป็นพิษมากที่สุด และเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญของจุลินทรีย์ในระบบอีกด้วย จึงทำให้ระบบล้มเหลวอย่างรวดเร็ว การศึกษาผลของซัลเฟตต่อประสิทธิภาพในการผลิตมีเธนของถังปฏิกรณ์แบบลูกผสม พบว่า การผลิตมีเธนแปรผกผันกับความเข้มข้นของซัลเฟต เมื่อป้อนซัลเฟตที่ความเข้มข้น 1.1, 2.6 และ 8 Kg/m3/day ส่วนประสิทธิภาพในการกำจัดซีโอดีขึ้นกับปริมาณซัลเฟตที่ป้อนเข้าระบบ ที่อัตราการป้อนซัลเฟต 1.1 และ 2.6 Kg/m3/day ระบบกำจัดซีโอดีได้มากกว่าร้อยละ 80 ส่วนที่อัตราการป้อนซัลเฟต 8 Kg/m3/day ระบบล้มเหลวภายใน 10 วัน เมื่อป้อนน้ำเสียที่มี COD/SO4 เท่ากับ 0.5 ในถังปฏิกรณ์แบบ CSTR และแบบลูกผสม ประสิทธิภาพในการกำจัดซีโอดีและการผลิตก๊าซชีวภาพขึ้นกับปริมาณซัลเฟตที่ ป้อนเข้าระบบ ในถัง CSTR ที่อัตราการป้อนซัลเฟตเท่ากับ 1.07 Kg/m3/day ระบบยังสามารถกำจัดซีโอดีได้ร้อยละ 50 แต่ที่อัตราการป้อนซัลเฟตเท่ากับ 2. Kg/m3/day ระบบล้มเหลวภายใน 20 วัน ส่วนในถังปฏิกรณ์แบบลูกผสมที่อัตราการป้อนซัลเฟตเท่ากับ 8 Kg/m3/day ซึ่งสูงกว่าที่ป้อนในถังแบบ CSTR หลายเท่า ระบบล้มเหลวภายใน 10 วัน ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณของซัลไฟด์ที่ผลิตขึ้นที่มีผลยับยั้งกิจกรรมทั้งของ MPB และ SRB แต่ทั้งนี้ ซัลไฟด์เป็นพิษต่อ MPB ที่อยู่ในฟิล์มชีวรุนแรงน้อยกว่าที่มีผลต่อ MPB ที่อยู่ในส่วนแขวนลอย แต่เมื่อพิจารณาจากอัตราการป้อนซัลเฟต และความเข้มข้นของซัลเฟตที่ป้อนเข้าถังปฏิกรณ์ทั้งสองแบบในช่วงที่ใกล้เคียง กัน พบว่าถังปฏิกรณ์ CSTR มีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากซัลเฟตและซัลไฟด์ได้ง่ายกว่าถังปฏิกรณ์ แบบลูกผสม

บรรณานุกรม :
พรพรรณ พาณิชย์นำสิน , Pornpan Phanichnumsin . (2544). ผลของซัลเฟตในน้ำเสียจากระบวนการผลิตแป้งดัดแปรต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
พรพรรณ พาณิชย์นำสิน , Pornpan Phanichnumsin . 2544. "ผลของซัลเฟตในน้ำเสียจากระบวนการผลิตแป้งดัดแปรต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
พรพรรณ พาณิชย์นำสิน , Pornpan Phanichnumsin . "ผลของซัลเฟตในน้ำเสียจากระบวนการผลิตแป้งดัดแปรต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2544. Print.
พรพรรณ พาณิชย์นำสิน , Pornpan Phanichnumsin . ผลของซัลเฟตในน้ำเสียจากระบวนการผลิตแป้งดัดแปรต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2544.