ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ชีวสังเคราะห์ยางกับพรีนีลเลตเตตโปรตีน

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ชีวสังเคราะห์ยางกับพรีนีลเลตเตตโปรตีน
นักวิจัย : รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล , Rapepun Wititsuwannakul
คำค้น : Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , Biosynthesis , BT-B-06-2A-18-001 , Latex , Prenylated protein , Rubber , ชีวสังเคราะห์ , ยาง , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , โปรตีนพรีนิลเลตเตต
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3136
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

อนุภาคก้นหลอด (WBP)พร้อมทั้ง ส่วนเมมเบรนของอนุภาคก้นหลอดที่ผ่านการล้าง (WBM) ซึ่งเตรียมได้หลังการปั่นแยกน้ำยางสด พบว่าสามารถทำกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยาง โดยระดับของกิจกรรม WBM จะสูงกว่าที่พบใน WBP เอนไซม์ที่ร่วมกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางของ WBM ดังกล่าวพบว่าต้องอาศัยแมกนีเซียมเป็นโคแฟคเตอร์ และสามารถยั้บยั้งได้โดย EDTA หรือ EGTA โดยได้พบว่า หากมีการนำ WBM ไปบ่มที่อุณหภูมิที่สูงก่อนการทดลอง และหรือมีการเติม สารลดแรงตึงผิวชนิดที่มีขั้วเป็นลบ (SDS) ที่มีระดับความเข้มข้นสูงกว่าค่า critical micelle concentration ลงไปในหลอดทดลอง จะสามารถช่วยกระตุ้นกิจกรรมการสังเคราะห์ยางของ WBM โดยระดับอุณหภูมิที่สามารถกระตุ้นกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางได้ดีในกรณีที่ไม่ มีสารลดแรงตึงผิวจะสูงกว่า 70oC แต่หากมีการเติมสารลดแรงตึงผิวจะลดลงเหลือ 40oC นอกนั้นกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางที่ได้จาก WBM จะสูงกว่าระดับที่ได้จากอนุภาคยางอย่างชัดเจนและ SDS ก็ทำหน้าที่ยับยั้งกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางของอนุภาคยางซึ่งตรงกันข้ามกับ ที่พบใน WBM กลไกการกระตุ้นกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางโดย SDS ที่พบใน WBM น่าจะเกี่ยวโยงกับการกระตุ้นการสร้างอนุภาคไมเซลล์เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิว สำหรับกิจกรรมดังกล่าว นอกจากนั้นยังพบว่ากิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางของ WBM นั้นสามารถใช้ C 55-UPP เป็นสับสเตรทได้ ในขณะที่อนุภาคยางไม่สามารถใช้สัปเสตรทดังกล่าวได้ การนำ WBM ไปตกตะกอนโปรตีนโดยการเพิ่มความอิ่มตัวของอะซิโตนขึ้นเรื่อยๆช่วงละ 20% พบว่าระดับของกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางของโปรตีนที่ตกตะกอนได้ในแต่ละช่วง ต่างกัน โดยโปรตีนที่ตกตะกอนได้ในช่วง 20% แรก สามารถให้ระดับกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางได้สูงสุดและสูงพอๆกับการใช้ WBM ส่วนโปรตีนที่ตกตะกอนได้ในช่วง 40- 60 และ 60-80% ไม่สามารถทำกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางได้ แต่สามารถยับยั้งกิจกรรมชีวสังเคราะห์ยางที่พบในโปรตีนที่ตกตะกอนได้ในช่วง 20% แรก การที่จะรู้ว่าโปรตีนเหล่านี้สามารถยับยั้งกิจกรรมชีวสังเคราะห์ของ WBM ได้ด้วยกลไกใดนั้น ยังจำต้องพิสูจน์ต่อไป โดยจากผลการทดลองเบื้องต้นน่าจะเป็นได้ว่าโปรตีนดังกล่าวเป็นพลีนีลเลตเตตโปรตีนซึ่งทำหน้าที่ไปแย่งสับสเตรทพรีนีลซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างยางสำ หรับการพรีนีลเลตตัวมัน การค้นพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงหน้าที่ของ WBM ที่เกี่ยวข้องชีวสังเคราะห์ยาง และ การทำหน้าที่ควบคุมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

บรรณานุกรม :
รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล , Rapepun Wititsuwannakul . (2543). ชีวสังเคราะห์ยางกับพรีนีลเลตเตตโปรตีน.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล , Rapepun Wititsuwannakul . 2543. "ชีวสังเคราะห์ยางกับพรีนีลเลตเตตโปรตีน".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล , Rapepun Wititsuwannakul . "ชีวสังเคราะห์ยางกับพรีนีลเลตเตตโปรตีน."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2543. Print.
รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล , Rapepun Wititsuwannakul . ชีวสังเคราะห์ยางกับพรีนีลเลตเตตโปรตีน. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2543.