ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปลี่ยนแปลงของไมโครแซทเทลไลต์ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปลี่ยนแปลงของไมโครแซทเทลไลต์ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี
นักวิจัย : เต็มดวง ลิ้มไพบูลย์ , Temduang Limpaiboon
คำค้น : Bile ducts , Biological sciences , BT-B-06-MG-12-4405 , Cancer , Clinical medicine , Medical genetics , Microsatellite (Genetics) , ท่อน้ำดี , พยาธิใบไม้ตับ , มะเร็งท่อน้ำดี , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ไมโครแซทเทลไลท์ (พันธุศาสตร์)
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2758
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

มะเร็งท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการณ์สูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ Opisthorchis viverrini ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุล Loss of heterozygosity (LOH) และ microsatellite instability (MSI) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับจีนต้านมะเร็งและจีนซ่อมแซมดีเอ็นเอ คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษา LOH และ MSI บริเวณโครโมโซม 1p36-pter และ 9p21-pter โดยใช้ PCR based microsatellite markers ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีชนิด intrahepatic จำนวน 94 ราย และ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง LOH หรือ MSI กับลักษณะอาการทางคลินิกของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี รวมทั้งศึกษา multistep process ของมะเร็งท่อน้ำดี ผลการศึกษาพบว่า ในจำนวนผู้ป่วย 90 ราย มี LOH ที่หนึ่งโลคัสหรือมากกว่าที่โครโมโซม 1p36-pter จำนวน 68 รายคิดเป็นร้อยละ 75.6 โดยพบโลคัสที่มีความถี่ของ LOH สูงคือ D1S199 (40.0%), D1S507 (34.6%), D1S2845 (30.5%) และ D1S2734 (30.1%) Fine mapping บริเวณ 1p36-pter ได้แก่ D1S2845 และ บริเวณที่มีขนาด 25.5 cM โดยอยู่ระหว่าง D1S507 และ D1S2734 ซึ่งมีจีนสำคัญในบริเวณนี้คือ DNA fragmentation factor, 40ku, beta polypeptide (DFFB); caspase 9, apoptosis-related cysteine protease (CASP9); paired box homeotic gene (PAX7) และ inhibitor of DNA binding 3 (dominant negative helix-loop-helix protein, ID3) เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง LOH หรือ MSIกับลักษณะอาการทางคลินิกของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี พบว่าผู้ป่วยที่มี LOH ที่โลคัส D1S2845 มีความสัมพันธ์กับการรุกล้ำเซลล์ประสาทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.029) ผู้ป่วยที่พบ LOH ที่โลคัส D1S234 มักไม่พบความสัมพันธ์กับการรุกล้ำระบบทางเดินน้ำเหลือง (P=0.017) ในขณะที่ผู้ป่วยที่มี LOH ที่ D1S2676 มักมีความเกี่ยวข้องกับการรุกล้ำระบบทางเดินน้ำเหลือง (P=0.031) ผู้ป่วยที่พบ MSI ที่โลคัส D1S228 มีอัตราการรอดชีวิตที่ลดลง (P=0.0026) ผลการศึกษา LOH และ MSI บริเวณโครโมโซม 9p21-pter ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีจำนวน 94 ราย พบ LOH อย่างน้อยหนึ่งโลคัสจำนวน 59 ราย (62.8%) และพบผู้ป่วยที่มี MSI ที่หนึ่งโลคัสหรือมากกว่ามีจำนวน 50 รายคิดเป็นร้อยละ 53.2 โลคัสที่มี LOH ความถี่สูง ได้แก่ D9S157 (36.1%), D9S286 (34.2%) และ D9S1752 (34%) จาก Fine mapping บริเวณที่พบ LOH ได้บ่อย (common loss region) ได้แก่ บริเวณที่อยู่ระหว่าง D9S286 และ D9S1752 โดยโลคัส D9S1752 จะอยู่บริเวณ 9p21 และมีจีนที่สำคัญได้แก่ cyclin-dependent kinase inhibitor 2A (CDKN2A)/p16INK4A, CDKN2A/p14ARF, CDKN4B/p15INK4B, MTAP และ interferon beta-1 (IFNB1) ส่วนโลคัส D9S286 และ D9S157 จะอยู่บริเวณ 9p24 และ 9p22 ตามลำดับ และมีจีนที่สำคัญได้แก่ nuclear factor 1 (NF1B) และ endophilin-1 โลคัสที่พบ MSI ความถี่สูงได้แก่ D9S288 (31.9%) เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง LOH หรือ MSIกับลักษณะอาการทางคลินิกของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี พบว่าผู้ป่วยที่มี LOH ที่โลคัส D9S288 (P=0.022) และ D9S286 (P=0.043) มีความสัมพันธ์กับการรุกล้ำหลอดเลือดแดงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนผู้ป่วยที่มี LOH ที่โลคัส D9S161 มีความสัมพันธ์กับการรุกล้ำระบบทางเดินน้ำเหลืองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.015) เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง LOH กับอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีโดย Kaplan Meier และ log rank test พบว่าผู้ป่วยที่มี LOH ที่โลคัส D9S171 (P=0.0296) มีอัตราการรอดชีวิตที่สั้นกว่าผู้ป่วยที่ไม่มี LOH การที่พบ LOH และ MSI ในความถี่ที่แตกต่างกันระหว่าง 1p36-pter และ 9p21-pter แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของกลไกในการที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดความผิดปกติของ แต่ละโครโมโซมที่เป็นอิสระไม่ขึ้นตรงต่อกัน ผลการศึกษา multistep process ในโลคัส D9S157 พบว่าในตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีส่วนมากไม่สามารถตรวจพบ LOH และ MSI ในช่วง premalignant ได้ แต่จะตรวจพบความผิดปกติได้เมื่อเข้าสู่ระยะมะเร็งแล้ว แสดงให้เห็นว่า LOH และ MSI ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะแรก (early event) ของการพัฒนามะเร็งท่อน้ำดี แต่อาจจะมีเหตุการณ์อื่นที่เกิดขึ้นก่อนและส่งผลกระทบให้มีการพัฒนามะเร็ง ท่อน้ำดี โดย LOH และ MSI อาจเป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลต่อพยาธิสภาพและการดำเนินรอยของโรค ดังนั้น LOH และ MSI ที่พบในโครโมโซม 1p36-pter และ 9p21-pter เหมาะสมสำหรับการเป็นตัวบ่งชี้การพยากรณ์โรค มากกว่าที่จะใช้เป็นตัวบ่งชี้เพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดี

บรรณานุกรม :
เต็มดวง ลิ้มไพบูลย์ , Temduang Limpaiboon . (2546). การเปลี่ยนแปลงของไมโครแซทเทลไลต์ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
เต็มดวง ลิ้มไพบูลย์ , Temduang Limpaiboon . 2546. "การเปลี่ยนแปลงของไมโครแซทเทลไลต์ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
เต็มดวง ลิ้มไพบูลย์ , Temduang Limpaiboon . "การเปลี่ยนแปลงของไมโครแซทเทลไลต์ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2546. Print.
เต็มดวง ลิ้มไพบูลย์ , Temduang Limpaiboon . การเปลี่ยนแปลงของไมโครแซทเทลไลต์ในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2546.