ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเพื่อหาศักยภาพของแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ (Fasciola gigantica) ในการใช้เป็นวัคซีนและปรับปรุงการตรวจวินิจฉัยโรค

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเพื่อหาศักยภาพของแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ (Fasciola gigantica) ในการใช้เป็นวัคซีนและปรับปรุงการตรวจวินิจฉัยโรค
นักวิจัย : วิฑูรย์ ไวยนันท์
คำค้น : Animal biotechnology and related animal science , Animal diseases , Antigents , Biological sciences , Fasciola gigantica , Vaccines , การวินิจฉัยโรค , พยาธิใบไม้ตับ , วัคซีน , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา , แอนติเจน , โรคสัตว์
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2578
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

พยาธิใบไม้ตับของสัตว์ (Fasciola gigantica) เป็นปัญหาสำคัญของสัตว์เลี้ยงจำพวกโค กระบือ แพะ และแกะในประเทศไทย พยาธิมีวงชีวิตที่ตัวอ่อนอาศัยและเจริญในหอยน้ำจืด Redix rubiginosa ซึ่งแพร่กระจายอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไปทั้งในนาข้าว หนอง บึง และในแม่น้ำลำธาร สัตว์เลี้ยงติดเชื้อพยาธิจากการกินตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรียของพยาธิ ซึ่งออกจากหอยแล้วกลายเป็นซีสท์ลอยอยู่ในน้ำ หรือติดอยู่บนใบไม้ใบหญ้า และพืชน้ำ เมื่อสัตว์กินพืชเหล่านี้พยาธิตัวอ่อนจะออกจากซีสท์ในลำไส้ไชทะลุผนังลำไส้ เดินทางเข้าไปในช่องท้องแล้วจึงไชเข้าไปเจริญในเนื้อตับก่อนที่จะเข้าไป เจริญเป็นตัวเต็มวัยในท่อน้ำดี สัตว์ที่ติดเชื้อจะแสดงพยาธิสภาพของตับและท่อน้ำดี เช่นมีอาการเนื้อตับและท่อน้ำดีอักเสบ ผนังท่อน้ำดีหนาและแข็งทำให้การหลั่งน้ำดีไม่เป็นไปตามปกติสัตว์จะเติบโตช้า น้ำหนักลด ให้ผลผลิตเนื้อและนมน้อย ในกรณีที่สัตว์ติดเชื้อพยาธิมากในสัตว์ที่อายุน้อยจะเสียชีวิตถ้าไม่ได้ให้ การรักษาทันท่วงที การควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับของสัตว์เลี้ยงให้ได้ผล คือการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคและการพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคที่สามารถทำได้ ง่ายให้ผลแม่นยำ และราคาถูก จากการวิจัยของคณะผู้วิจัยในโครงการที่แล้วมา (ประเสริฐ โศภน และคณะ 1995) และจากรายงานของผู้วิจัยกลุ่มอื่น พบว่าแอนติเจนเด่นๆ ที่ตัวเต็มวัยของพยาธิปล่อยออกมาได้แก่ glutathione-S-trandferase ( M.W. 26-28 kDa), cysteine protease (M.W. 26-28 kDa), paramyosin (M.W. 97kDa) และ membrane protein ที่ M.W. 66 kDa แอนติเจนเหล่านี้มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นวัคซีนป้องกันโรคได้โดย เฉพาะจากผลงานของกลุ่มวิจัยเองพบว่าโมโนโคลนัลแอนติบอดีต่อ membrane protein สามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์หาแอนติเจนในเลือดของสัตว์ที่ติดเชื้อได้ ทำให้เชื่อว่า membrane protein ชนิดนี้น่าจะเป็นแอนติเจนอีกตัวหนึ่งที่จะใช้เป็นวัคซีนตัวเลือกที่สำคัญ สำหรับโรคพญาธิใบไม้ตับสัตว์ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะทำแอนติเจนเล่านี้ให้บริสุทธิศึกษา ตำแหน่งการกระจายตัวและขบวนการสร้างแอนติเจนเป้าหมายในระดับเซลล์ ศึกษาศักยภาพการเป็นวัคซีนของแอนติเจนเหล่านี้ รวมทั้งแอนติเจนอื่นที่อาจสกัดได้ใหม่จากตัวอ่อนระยะเมตาเซอร์คาเรีย แอนติเจนที่สกัดได้ทั้งจากตัวเต็มวัยและตัวอ่อนของพยาธินี้จะถูกนำมาทดสอบ ศักยภาพการเป็นวัคซีนในสัตว์ทดลองโดยใช้หนู(mice) หลังจากการประเมินผลแล้วจึงคัดเลือกแอนติเจนที่มีศักยภาพสูงมาทดสอบอีกชั้น หนึ่งโดยใช้กระต่ายและแกะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นโฮสต์ในธรรมชาติ นอกจากนั้นแอนติเจนที่ได้คัดเลือกมาแล้วนั้จะถูกนำมาศึกษาโครงสร้างโมเลกุล โดยละเอียดและนำมาใช้ในการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวินิจฉัยโรคทางอิมมูโนวิทยา

บรรณานุกรม :
วิฑูรย์ ไวยนันท์ . (2543). การศึกษาเพื่อหาศักยภาพของแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ (Fasciola gigantica) ในการใช้เป็นวัคซีนและปรับปรุงการตรวจวินิจฉัยโรค.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
วิฑูรย์ ไวยนันท์ . 2543. "การศึกษาเพื่อหาศักยภาพของแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ (Fasciola gigantica) ในการใช้เป็นวัคซีนและปรับปรุงการตรวจวินิจฉัยโรค".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
วิฑูรย์ ไวยนันท์ . "การศึกษาเพื่อหาศักยภาพของแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ (Fasciola gigantica) ในการใช้เป็นวัคซีนและปรับปรุงการตรวจวินิจฉัยโรค."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2543. Print.
วิฑูรย์ ไวยนันท์ . การศึกษาเพื่อหาศักยภาพของแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ (Fasciola gigantica) ในการใช้เป็นวัคซีนและปรับปรุงการตรวจวินิจฉัยโรค. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2543.