ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาและผลิตชุดการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซีและชนิดบี

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาและผลิตชุดการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซีและชนิดบี
นักวิจัย : สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล , Sirirurg Songsivilai
คำค้น : 37 05 0143 , Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , Chronic diseases , ELISA , Enzyme-Linked Immunosorbent Assay , Hepatitis B , Hepatitis C , Immunoblotting , Polymerase chain reaction , ชุดตรวจวินิจฉัยโรคสำเร็จรูป , ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , อีไลซ่า , ไวรัสตับอักเสบซี , ไวรัสตับอักเสบบี
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2140
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคไวรัสตับอักเสบที่ติดต่อทางเลือดอันได้แก่โรคไวรัสตับเสบชนิดซีและชนิดบี เป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งอันดับต้น ๆ ทางสาธารณสุขของประเทศไทย โรคนี้พบได้มากในหมู่ประชากรและมีความรุนแรงสูงเนื่องจากมักมีการติดเชื้อ เรื้อรังซึ่งจะดำเนินต่อไปเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด ในประเทศไทยมีปริมาณการใช้เลือดทั่วประเทศถึงปีละกว่า 950,000 หน่วย ในจำนวนนี้มีผู้บริจาคโลหิตที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซีและชนิด บีสูงถึงประมาณ 2% และ 10% ตามลำดับ ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติและธนาคารเลือดจึงต้องทำการตรวจเพื่อหาเชื้อก่อโรค ตับอักเสบในเลือดทุกหน่วยก่อนที่จะนำไปให้ผู้รับ การตรวจดังกล่าวแทบทั้งหมดต้องใช้ชุดการตรวจที่ซื้อจากต่างประเทศซึ่งมี มูลค่าสูงถึงประมาณปีละ 200-300 ล้านบาท นอกจากนี้การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบทางห้องปฏิบัติการ ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแพทย์ที่ปฏิบัติงานในสถานบริการทางการพทย์ทั่ว ประเทศอีกด้วย ชุดการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบทั้งสองชนิดนี้ เป็นชุดการตรวจทางวิทยาภูมิคุ้มกันที่มีปริมาณการใช้และมูลค่าการตลาดโดยรวม สูงที่สุดในประเทศ คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกาาทางอณูชีววิทยาของเชื้อไวรัสตับอักเสบที่พบใน ประเทศไทย พบว่าสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสตับอักเสบที่พบมากในประเทศ มีรหัสพันธุกรรมแตกต่างจากเชื้อสายพันธุ์ที่ใช้เตรียมแอนติเจนหรือแอนติบอดี ในชุดการตรวจที่ซื้อจากต่างประเทศอย่างมาก ดังนั้นนอกจากจะต้องซื้อชุดการตรวจในราคาแพงมากแล้ว ชุดการตรวจสำเร็จรูปที่ผลิตในต่างประเทศดังกล่าวอาจมีประสิทธิภาพไม่ดีเพียง พอโดยอาจให้ผลพบเทียม ทำให้ไม่สามารถตรวจหาเชื้อสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยได้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาและผลิตชุดการตรวจที่ เหมาะสมเพื่อใช้ในประเทศไทย โดยใช้เชื้อสายพันธุ์ที่พบมากในประเทศเป็นต้นแบบ โครงการวิจัยที่เสนอนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและผลิตชุดการตรวจวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบชนิดซีและ ชนิดบีให้ดียิ่งขึ้น โดยคณะผู้วิจัยจะทำการศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสตับอักเสบสาย พันธุ์ที่พบมากในประเทศไทยโดยละเอียด และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการผลิตแอนติเจนโดยวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ แล้วนำไปพัฒนาและผลิตชุดการตรวจอย่างสมบูรณ์และครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยชุดการตรวจโดยวิธี enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA), immunoblot assay และ polymerase chain reaction ที่เหมาะสม ซึ่งชุดการตรวจทั้งหมดที่จะผลิตขึ้นนี้จะใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมของเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์ไทยเป็นต้นแบบ เทคโนโลยีที่จะพัฒนาขึ้นนี้จะมุ่งเน้นเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้ในระดับ อุตสาหกรรม ซึ่งจะสามารถลดการนำเข้าและอาจสามารถผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในประเทศใน ภูมิภาคนี้ได้อีกด้วย ชุดการตรวจดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบดี กว่าชุดการตรวจที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรค

บรรณานุกรม :
สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล , Sirirurg Songsivilai . (2540). การพัฒนาและผลิตชุดการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซีและชนิดบี.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล , Sirirurg Songsivilai . 2540. "การพัฒนาและผลิตชุดการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซีและชนิดบี".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล , Sirirurg Songsivilai . "การพัฒนาและผลิตชุดการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซีและชนิดบี."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2540. Print.
สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล , Sirirurg Songsivilai . การพัฒนาและผลิตชุดการตรวจวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซีและชนิดบี. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2540.