ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การผลิตสารเคมีมูลค่าสูงจากสาหร่ายเกลียวทอง

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การผลิตสารเคมีมูลค่าสูงจากสาหร่ายเกลียวทอง
นักวิจัย : บุษยา บุนนาค , Boosya Bunnag
คำค้น : 35 06 0094 , Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , Extraction (Chemistry) , Spirulina , การสกัด (เคมี) , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , สาหร่ายเกลียวทอง
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1672
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina) นิยมนำมาเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ในแง่ของอาหารเสริมสุขภาพ นอกจากนี้ยังใช้เป็นแหล่งของอาหารสัตว์อีกด้วย ที่ผ่านมาได้มีความพยายามเพาะเลี้ยงสาหร่ายโดยใช้น้ำทิ้งจากโรงงานแป้งมัน สำปะหลังเป็นผลสำเร็จ โดยเทคโนโลยีนี้ถูกถ่ายทอดไปยังบริษัทนีโอเทค จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิตสาหร่ายแห้ง 50 ตันต่อปี ต่อมาได้มีความพยายามเพิ่มมูลค่าของสาหร่ายเกลียวทองโดยการสกัดสารเคมีจาก สาหร่ายดังกล่าว สารเคมีที่สนใจคือกรดแกมม่าลิโนลินิก (GLA) และไฟโคโซยานิน งานวิจัยนี้ประกอบด้วยงานหลัก 4 งานคือ 1. การใช้ CO2 เป็นแหล่งคาร์บอนในการเลี้ยงสาหร่ายโดยศึกษาความเป็นไปได้จากการคำนวณ และการทดสอบในสภาวะกลางแจ้ง พบว่า ได้แนวทางในการนำ CO2 ไปใช้เพื่อลดต้นทุนของแหล่งคาร์บอนจาก NaHCO3 โดยใน งานวิจัยเสนอว่า การเลี้ยงสาหร่ายควรให้ CO2 ขาเข้ามีความเข้มข้นประมาณ 20 % โดยให้ CO2 ที่ความลึก 0.8 เมตร จากก้นบ่อซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30% ของราคาต้นทุนการผลิต 2. การศึกษาการสังเคราะห์แสงและ Photoinhibition ในสาหร่ายเกลียวทองสายพันธุ์ใหม่ที่มีปริมาณกรด ไขมันจำเป็นสูง พบว่า สาหร่ายที่คัดเลือกได้จาก Sandoz 9785 นอกจากจะมีความสามารถในการทน Sandoz 9785 ได้ที่ความเข้มข้นต่าง ๆ กันแล้ว ยังมีคุณสมบัติทางสรีรวิทยาและการตอบสนองต่อแสงได้ต่างกันด้วย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีค่า Light saturation ต่ำ และ กลุ่มที่มีค่า Light saturation สูง 3. การศึกษาผลผลิตของสาหร่ายเกลียวทองสายพันธุ์ใหม่ในสภาวะกลางแจ้ง จากการศึกษาพบว่า สาหร่ายที่มีความแตกต่างกันในด้านสรีรวิทยาในห้องปฏิบัติการ เมื่อนำมาเลี้ยงในสภาวะกลางแจ้งนั้นสายพันธุ์โดยส่วนใหญ่ให้ผลทางด้าน ผลผลิตชีวมวล และ GLA ตลอดจนไฟโคไซยานินแตกต่างกันอย่างไม่ชัดเจนนัก อาจเนื่องมาจากสภาวะแวดล้อมภายนอกมีตัวแปรหลายอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มของสาหร่ายสายพันธุ์ที่ได้ศึกษานั้น พบว่า Z21 และ Z19/2 มีศักยภาพในการนำไปเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรม 4. การสกัดและการทำไฟโคไซยานิน และ GLA ให้บริสุทธิ์และการเพิ่มความคงตัวของไฟโคไซยานิน พบว่า แนวทางการผลิต GLA จากสาหร่ายเกลียวทอง มีแนวโน้มที่น่าสนใจ 2 แบบคือ 4.1 ผลิตในรูปของ crude ethanol ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสีเข้มสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ ไม่คำนึงถึงข้อจำกัดทางด้านสี เช่น ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร 4.2 ผลิตในรูปของ ethyl ester ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสีและคุณสมบัติคล้ายกับน้ำมันพืช ซึ่งผลิตภัณฑ์สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์ได้ นอกจากนี้ ไฟโคไซยานินที่สกัดได้มีความบริสุทธิ์สูงในระดับ food grade โดยมีความคงตัวที่ pH ระหว่าง 5-9 และที่อุณหภูมิต่ำกว่า 55 ?C และเก็บรักษาในสารละลาย 20% glucose ได้นานถึง 2 เดือน ในด้านความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ด้านการผลิต GLA และ ไฟโคไซยานินและการทำให้บริสุทธิ์ในระดับโรงงานต้นแบบนั้น ถ้าเลือกผลิตเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ได้ ไฟโคไซยานิน หรือ lipid (ในรูปใด ๆ ก็ตาม) คาดว่ามีความคุ้มทางเศรษฐศาสตร์ แต่ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณความต้องการของตลาดด้วย

บรรณานุกรม :
บุษยา บุนนาค , Boosya Bunnag . (2538). การผลิตสารเคมีมูลค่าสูงจากสาหร่ายเกลียวทอง.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
บุษยา บุนนาค , Boosya Bunnag . 2538. "การผลิตสารเคมีมูลค่าสูงจากสาหร่ายเกลียวทอง".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
บุษยา บุนนาค , Boosya Bunnag . "การผลิตสารเคมีมูลค่าสูงจากสาหร่ายเกลียวทอง."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2538. Print.
บุษยา บุนนาค , Boosya Bunnag . การผลิตสารเคมีมูลค่าสูงจากสาหร่ายเกลียวทอง. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2538.