ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การทดสอบฤทธิ์รักษาและพิษของแอมโฟเทอริซิน บี-ไคโตซาน นาโนพาร์ติเคิล

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทดสอบฤทธิ์รักษาและพิษของแอมโฟเทอริซิน บี-ไคโตซาน นาโนพาร์ติเคิล
นักวิจัย : นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , Nanteetip Limpeanchob
คำค้น : Amphotericin B , Biological sciences , BT-B-01-MM-26-4802 , Clinical medicine , Systemic fungicides , Toxicology , นาโนพาร์ติเคิล แอมโฟเทอริซิน บี ไคโตซาน , พิษวิทยา , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , เชื้อรา , เชื้อราในกระแสเลือด
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1636
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ พบว่าคนไข้มีอัตราการติดเชื้อราในกระแสเลือด (systemic fungal infection) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบปรากฏการณ์การติดเชื้อราในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น อาจเนื่องมาจากภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในคนไข้โรคที่ภูมิคุ้มกันไม่เป็น ปกติ เช่น คนไข้โรคภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) คนไข้ที่รับการรักษาทางเคมี (chemotherapy) และคนไข้ที่ได้รับยากดภูมิต้านทานในคนไข้ผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ (transplant immunosuppressants) เป็นต้น ภาวะการติดเชื้อราในกระแสเลือด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุนบัน ยาฆ่าเชื้อราที่ถูกเลือกใช้เป็นอันดับแรก (drug of choice) ในการรักษาภาวะติดเชื้อราในกระแสเลือดระดับรุนแรง (severe systemic fungal infection) และเป็นเป็นยาฆ่าเชื้อราที่ออกฤทธิ์คลอบคลุมเชื้อราหลายชนิด (broad spectrum) คือ แอมโฟเทอริซิน บี (amphotericin B) อย่างไรก็ตาม amphotericin B มีการบริหารยาในรูปแบบยาฉีดเท่านั้น เนื่องจากเป็นสารที่ละลายน้ำได้น้อย ส่งผลให้ตัวยาถูกดูดซึมได้น้อยมากในทางเดินอาหาร จากข้อจำกัดในด้านการละลายทำให้มีผลต่อการตั้งตำรับ โดยในช่วงแรก ได้มีความพยายามที่จะเพิ่มค่าการละลายของ amphotericin B โดยการใช้สารลดแรงตึงผิวช่วยคือ deoxycholate ยารูปแบบนี้มีข้อดีคือมีราคาถูก แต่พบว่าก่อให้เกิดปัญหาความพิษต่อไตทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะเรื้อรัง ต่อมาได้มีการพัฒนาระบบนำส่งยาที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบ (lipid-formulated amphotericin B) ซึ่งพบว่าสามารถลดความเป็นพิษต่อไตได้ อย่างไรก็ตามยาในรูปแบบนี้มีราคาแพง ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเลือกใช้ได้ จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ต้องการที่จะพัฒนาระบบนำส่ง amphotericin B ที่มีราคาถูก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถลดความเป็นพิษต่อไตได้ โดยเลือกใช้ระบบนำส่งยาแบบนาโนพาร์ติเคิล (nanoparticle) โครงงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาประสิทธิภาพและความเป็นพิษของ amphotericin B loaded chitosan nanoparticle ในการต้านเชื้อ C. albicans ทั้งในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง โดยจะถูกนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับ amphotericin B-deoxycholate (Fungizone?) นอกจากนี้จะทำการศึกษาเภสัชจลศาสตร์ของสูตรตำรับนี้ในสัตว์ทดลอง เพื่อประเมินถึงศักยภาพในการที่จะนำสูตรตำรับยา amphotericin B นี้ ไปใช้ในผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะติดเชื้อราต่อไปในอนาคต

บรรณานุกรม :
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , Nanteetip Limpeanchob . (2548). การทดสอบฤทธิ์รักษาและพิษของแอมโฟเทอริซิน บี-ไคโตซาน นาโนพาร์ติเคิล.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , Nanteetip Limpeanchob . 2548. "การทดสอบฤทธิ์รักษาและพิษของแอมโฟเทอริซิน บี-ไคโตซาน นาโนพาร์ติเคิล".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , Nanteetip Limpeanchob . "การทดสอบฤทธิ์รักษาและพิษของแอมโฟเทอริซิน บี-ไคโตซาน นาโนพาร์ติเคิล."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2548. Print.
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , Nanteetip Limpeanchob . การทดสอบฤทธิ์รักษาและพิษของแอมโฟเทอริซิน บี-ไคโตซาน นาโนพาร์ติเคิล. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2548.