ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินเชื้อพันธุกรรมพริกขี้หนูผลใหญ่ในลักษณะตัวผู้เป็นหมัน

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินเชื้อพันธุกรรมพริกขี้หนูผลใหญ่ในลักษณะตัวผู้เป็นหมัน
นักวิจัย : บุบผา ใจเที่ยง , Bubpa Chaitieng
คำค้น : Biological sciences , BT-B-01-PT-24-4941 , C. Capsici , Colletotrichum gloeosporioides , Plant biotechnology and related agricultural science , Plant genetics , พริก , พริกขี้หนู , พันธุกรรม , ลักษณะตัวผู้เป็นหมัน , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา , แอนแทรคโนส , โรคเกิดจากเชื้อราในพืช
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1564
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

พริกเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกขี้หนูผลใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกคิดเป็น 61 % ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด แหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พันธุ์พริกที่ใช้มีทั้งพันธุ์ผสมเปิดและพันธุ์ลูกผสม ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมโดยการตอนดอกและช่วยผสมทำได้ยากทำให้เมล็ดพันธุ์ ลูกผสมมีราคาแพง ในขณะที่เมล็ดพันธุ์ลูกผสมของพริกมีข้อดีคือให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ กว่าพันธุ์ผสมเปิดทั่วไป ดังนั้นลักษณะตัวผู้เป็นหมันจึงมีความสำคัญในการนำมาใช้ผลิตเมล็ดพันธุ์ลูก ผสมในพืชหลายชนิด ในประเทศไทยการนำลักษณะตัวผู้เป็นหมันมาใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมใน พริกอยู่ในวงจำกัดเนื่องจากยังขาดสายพันธุ์ที่มีลักษณะตัวผู้เป็นหมันที่ดี ดังนั้นโครงการนี้ได้ทำการประเมินพันธุกรรมของลักษณะตัวผู้เป็นหมันร่วมกับ ลักษณะที่มีความสำคัญทางพืชสวนและความทนทานต่อโรคแอนแทรคโนสในเชื้อพันธุ์ พริกขี้หนูผลใหญ่จากศูนย์วิจัยพืชผักเขตร้อน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จำนวน 121 คู่ผสม จาก 78 สายพันธุ์ จากการประเมินในสภาพแปลง พบว่า 20 ต้นจาก 18 สายพันธุ์ มีพันธุกรรมเป็น Nmsms หรือ B line แต่เมื่อย้อมละอองด้วย acetocarmine ความเข้มข้น 1% พบเพียง 2 สายพันธุ์ คือ CA119-5 และ CA134-1 ที่มีความเสถียรทางพันธุกรรมของลักษณะตัวผู้เป็นหมัน ในกลุ่มของต้นที่มีพันธุกรรมเป็น N/S MSMS หรือ C line พบ 61 ต้น จาก 48 สายพันธุ์ มีเพียง 20 ต้น จาก 18 สายพันธุ์ที่ศักยภาพในการนำไปปรับปรุงพันธุ์และศึกษาลักษณะความทนทานต่อโรค แอนแทรคโนส ส่วนต้นที่มีพันธุกรรมเป็นN/S MSms พบ 40 ต้น จาก 33 สายพันธุ์ ในกลุ่มนี้มี 3 ต้น ที่ศักยภาพในการนำไปปรับปรุงพันธุ์ต่อไป หลังจากนั้นนำต้นที่มีพันธุกรรมเป็น B line 2 สาย และ C line 14 สายพันธุ์มาปลูกเพื่อประเมินลักษณะที่ดีทางพืชสวนและความทนทานต่อโรคแอ นแทรคโนสที่เกิดจากเชื้อ Colletotrichum gloeosporioides (CG-UB 01) และ C . capsici (CC-UB 01) เป็นรายต้น พบว่า B line 1 สายพันธุ์ คือ CA134-1(1)-7 มีลักษณะทางพืชสวนที่ดี มีความทนทานต่อ เชื้อรา C. capsici (CC-UB 01) ที่ระดับ 1 ส่วนพริกในกลุ่มของ C line ที่มีความทาทานต่อเชื้อสาเหตุ C. gloeosporioides (CG-UB 01) และ/หรือ C . capsici (CC-UB 01) และมีลักษณะที่สำคัญทางพืชสวนสามารถคัดเลือกได้ 14 ต้นจาก 5 สายพันธุ์โดยพบ 1 สายพันธุ์คือ CA224-2(2)-7 ที่มีความทนทานต่อ C. gloeosporioides (CG-UB 01) อยู่ในระดับ 0 และมีความทนทานต่อ C . capsici ในระดับ 1

บรรณานุกรม :
บุบผา ใจเที่ยง , Bubpa Chaitieng . (2550). การประเมินเชื้อพันธุกรรมพริกขี้หนูผลใหญ่ในลักษณะตัวผู้เป็นหมัน.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
บุบผา ใจเที่ยง , Bubpa Chaitieng . 2550. "การประเมินเชื้อพันธุกรรมพริกขี้หนูผลใหญ่ในลักษณะตัวผู้เป็นหมัน".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
บุบผา ใจเที่ยง , Bubpa Chaitieng . "การประเมินเชื้อพันธุกรรมพริกขี้หนูผลใหญ่ในลักษณะตัวผู้เป็นหมัน."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2550. Print.
บุบผา ใจเที่ยง , Bubpa Chaitieng . การประเมินเชื้อพันธุกรรมพริกขี้หนูผลใหญ่ในลักษณะตัวผู้เป็นหมัน. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2550.