ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สถานภาพองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาดและการแปรรูปเดือย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สถานภาพองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาดและการแปรรูปเดือย
นักวิจัย : สมเกียรติ ฐิตะฐาน
คำค้น : การตลาด , การผลิต , การแปรรูป , สถานภาพ , องค์ความรู้ , เดือย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG4720005 , http://research.trf.or.th/node/3252
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เดือยเป็นธัญพืชตระกูลหญ้า มีการเจริญเติบโตคล้ายพืชอื่นในตระกูลเดียวกัน เช่น ข้าวหรือข้าวฟ่าง เดือยในประเทศไทยมี 3 ประเภท คือ “เดือยหิน” มีเมล็ดเล็กค่อนข้างกลม เปลือกนอกแข็งมาก ใช้ประโยชน์ในการทำเครื่องประดับ “เดือยขบ” มีเมล็ดโตค่อนข้างกลม ใช้ประโยชน์เป็นอาหารขบเคี้ยวในครัวเรือน หรือต้มจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น และ “เดือยการค้า” มีเมล็ดกลมฐานแหลม นอกจากนี้ยังแบ่งออกได้อีกเป็นเดือยข้าวเหนียวและเดือยข้าวเจ้า เนื่องจากเดือยมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรค จึงนำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารมนุษย์ อาหารสัตว์ ใช้เป็นยารักษาโรคคนและโรคสัตว์ สำหรับเดือยที่ปลูกเพื่อการค้าในประเทศไทยมีรายงานการปลูกเดือยมานานกว่า 40 ปี ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ต่อมาจึงมีการย้ายไปปลูกที่จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเลย เมื่อปี 2525 เป็นช่วงที่เดือยมีราคาสูงได้ขยายพื้นที่ไปปลูกที่จังหวัดพะเยา เชียงราย เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ อุดรธานี หนองคาย สกลนคร และขอนแก่น ต่อมาราคาเดือยตกต่ำลง พื้นที่เพาะปลูกจึงลดลง ผลจากการสำรวจปัจจุบันเหลือเพียงจังหวัดเลยที่ปลูกมากที่สุด รองลงมาได้แก่จังหวัดพะเยา และมีปลูกบ้างเล็กน้อยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างปี 2541-2546 เดือยมีพื้นที่ปลูกทั่วประเทศไทย 38,965 – 75,021 ไร่ เฉพาะที่จังหวัดเลยมีพื้นที่ปลูก 20,190 – 52,117 ไร่ ผลผลิตเดือยประมาณร้อยละ 90-95 ส่งไปขายต่างประเทศ ที่เหลือร้อยละ 5-10 บริโภคภายในประเทศ ตลาดส่งออกของไทยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเซียได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และสาธารณรัฐเกาหลี มีส่งไปขายยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรป และออสเตรเลียเพียงเล็กน้อย ประเทศที่รับซื้อเดือยที่สำคัญมากของไทยได้แก่ ญี่ปุ่น และไต้หวัน การส่งออกลูกเดือยตั้งแต่ปี 2541-2546 มีมูลค่า 120-259 ล้านบาท แม้จะมีการส่งออกแต่เราก็ยังมีการนำเข้าลูกเดือยจากลาว เป็นจำนวนไม่น้อยระหว่างปี 2543-2546 การนำเข้าลูกเดือยจากลาวมีมูลค่า 13.5-14.6 ล้านบาท ด้านการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเดือยที่ผ่านมาได้แก่ การปรับปรุงพันธุ์เดือยข้าวเหนียว โดยสถานีทดลองพืชไร่เลย กรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ปี 2539-2545 ปัจจุบันได้พันธุ์แนะนำ “เดือยข้าวเหนียวพันธุ์เลย” ให้ผลผลิต 299 กิโลกรัมต่อไร่ มีเปอร์เซ็นต์ข้าวเหนียว 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ สถานีทดลองพืชไร่เลย ยังได้ทำการค้นคว้าวิจัยด้านเทคโนโลยีที่ถูกต้องและ เหมาะสมในการปลูกเดือยสำหรับแนะนำเกษตรกรไว้ดังนี้ 1. ช่วงปลูกเดือยที่เหมาะสมคือ เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2. ระยะปลูก 75 x 75 เซนติเมตร ไว้จำนวน 3-4 ต้นต่อหลุม 3. ให้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 สำหรับดินทราย หรือ 16-20-0 สำหรับดินเหนียว อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ครึ่งหนึ่งพร้อมปลูกและที่เหลือเมื่อเดือยอายุ 30 วัน 4. กำจัดวัชพืช 2 ครั้ง คือ พ่นสารเคมีคุมวัชพืชก่อนงอกทันทีหลังปลูก และใช้จอบดายอีกครั้งเมื่อเดือยอายุ 30 วัน การศึกษาโรคที่สำคัญของเดือยโดยกองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร พบว่า โรคราเขม่าดำ (โรคสมัท) เป็นโรคที่สำคัญที่สุด ทำความเสียหายต่อผลผลิต 5-98% ผลการค้นคว้าวิจัยพบว่าสาเหตุเกิดจากเชื้อรา Ustilago coicis Bref. และการป้องกันกำจัดโรคที่ได้ผลคือ แช่เมล็ดเดือยในน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 60-70 องศาเซลเซียส นานอย่างน้อย 10 นาทีก่อนปลูก ด้านการแปรรูปลูกเดือยเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้น ในประเทศไทยได้มีการศึกษาและทดลองน้อยมาก ส่วนใหญ่แปรรูปเป็นขนม ได้แก่ ขนมผิงลูกเดือยจากแป้งลูกเดือย ขนมขายหัวเราะจากแป้งลูกเดือย ลูกเดือยกรอบ บัวลอยลูกเดือย ลูกเดือยกระป๋อง คุกกี้ลูกเดือย และเค้กลูกเดือย ปัจจุบันมีบางบริษัทแปรรูปลูกเดือยเป็นน้ำลูกเดือยสำเร็จรูป มีวางจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ ผลจากการศึกษาตามโครงการนี้ได้ข้อเสนอแนะในการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคในการผลิตเดือยดังนี้ 1. การปรับปรุงพันธุ์เดือยข้าวเหนียวเพื่อให้ได้เดือยข้าวเหนียวพันธุ์ดี อายุสั้น ไม่ไวแสง ต้านทานโรคราเขม่าดำ และให้ผลผลิตสูง และปรับตัวในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีกว่าเดือยข้าวเหนียวพันธุ์เลยซึ่งให้ผลผลิตเฉลี่ยเพียง 299 ก.ก.ต่อไร่ 2. การปรับปรุงพันธุ์เดือยข้าวเจ้า เพื่อให้ได้พันธุ์เดือยข้าวเจ้าแท้ ๆ โดยการคัดเลือกสายพันธุ์จากไร่เกษตรกรผู้ปลูกเดือยในจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งพันธุ์เดือยที่นำเข้ามาจากลาว นำมาปรับปรุงพันธุ์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดส่งออกบางประเทศ ในการปรับปรุงพันธุ์เดือยข้าวเหนียวและเดือยข้าวเจ้า ควรทำการศึกษาด้านคุณสมบัติ คุณค่าทางอาหาร และสรรพคุณของเดือยทั้ง 2 พันธุ์ด้วย เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ในการแปรรูปลูกเดือยเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต่อไป 3. การศึกษาวิธีป้องกันกำจัดโรคราเขม่าดำ (โรคสมัท) เพื่อแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรในระยะสั้น ควรศึกษาทดลองการใช้สารเคมีที่มีประสิทธิภาพคลุกเมล็ดเดือยก่อนปลูก แทนการป้องกันกำจัดโดยใช้น้ำร้อนแช่เมล็ด ซึ่งเป็นการยุ่งยากแก่การปฏิบัติของเกษตรกร โดยเฉพาะเมื่อเกษตรกรต้องการใช้เมล็ดพันธุ์จำนวนมากปลูก ในระยะยาวควรศึกษาการคัดพันธุ์ต้านทานโรคเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร 4. การศึกษาหาวิธีป้องกันกำจัดแอฟลาท๊อกซิน แอฟลาท็อกซินกำลังเป็นปัญหาในเรื่องการส่งออก บางประเทศที่นำเข้าลูกเดือยโดยเฉพาะญี่ปุ่นเข้มงวดในเรื่องนี้มาก หากตรวจพบ แอฟลาท๊อกซิน ไม่ว่าจะมีปริมาณมากน้อยเพียงใดจะไม่ยอมให้นำเข้าเป็นอันขาด 5. การศึกษาวิธีป้องกันกำจัดปลวกโดยใช้ไส้เดือยฝอย โดยนำผลงานของ ดร.นุชนารถ ตั้งจิตสมคิด ซึ่งได้รับทุน สกว.ในโครงการ “การพัฒนากระบวนการผลิตไส้เดือยฝอยกำจัดแมลงอย่างง่ายเพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกร” เป็นงานที่ประสบผลสำเร็จ นำไปทดลองศึกษาป้องกันกำจัดปลวกในไร่เดือยซึ่งเป็นปัญหาแทบทุกแห่งอยู่ในขณะนี้ 6. การศึกษาระยะปลูกและพืชอื่นที่เหมาะสมสำหรับปลูกแซมในไร่เดือย ผลการศึกษาในเรื่องนี้จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 7. ศึกษาการแปรรูปเดือยเพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และเพิ่มมูลค่า ข้อเสนอแนะในการวิจัยดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาและอุปสรรคในการปลูกเดือยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และมีรายได้เท่าเทียมหรือดีกว่าการเพาะปลูกพืชอื่นได้ ลดต้นทุนการผลิต ให้แก่เกษตรกร ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม อย่างไรก็ตามในการที่จะทำให้การพัฒนาการผลิตเดือยประสบผลสำเร็จ การตลาดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรคำนึงถึงและควรดำเนินการดังนี้ 1. วางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับภาวะความต้องการของตลาด ซึ่งต้องอาศัยความ ร่วมมือจากหลายฝ่ายได้แก่ หน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง และพ่อค้าระดับท้องถิ่นต่าง ๆ โดยให้ข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้แก่เกษตรกร เพื่อใช้ในการพิจารณาตัดสินใจเพาะปลูก 2. ส่งเสริมให้มีความนิยมการบริโภคเดือยภายในประเทศให้แพร่หลาย ประชาสัมพันธ์ถึงคุณประโยชน์ของลูกเดือยทางคุณค่าทางอาหารและเภสัชกรรมโดยผ่านทางสื่อมวลชน 3. กระทรวงพาณิชย์ควรเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานสินค้า เพื่อให้ลูกเดือยส่งออกได้มาตรฐานตามที่ตลาดต่างประเทศต้องการ หากภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้ร่วมมือกันพัฒนาเรื่องเดือยอย่างจริงจังแบบครบวงจรเชื่อว่าในอนาคตเดือยอาจเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกพืชหนึ่งที่ทำรายได้เข้าประเทศเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกวันนี้

บรรณานุกรม :
สมเกียรติ ฐิตะฐาน . (2547). สถานภาพองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาดและการแปรรูปเดือย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมเกียรติ ฐิตะฐาน . 2547. "สถานภาพองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาดและการแปรรูปเดือย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมเกียรติ ฐิตะฐาน . "สถานภาพองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาดและการแปรรูปเดือย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
สมเกียรติ ฐิตะฐาน . สถานภาพองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาดและการแปรรูปเดือย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.