ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การขยายผลการใช้จุลินทรีย์ B. subtilis (ABS/TRF) ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การขยายผลการใช้จุลินทรีย์ B. subtilis (ABS/TRF) ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง
นักวิจัย : วิจิตรา ลีละศุภกุล
คำค้น : การขยายผลการใช้จุลินทรีย์ B. subtilis (ABS/TRF) , การควบคุมคุณภาพน้ำ , บ่อเลี้ยงกุ้ง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG4220004 , http://research.trf.or.th/node/3239
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การทดสอบประสิทธิภาพของแบคทีเรีย Bacillus subtilis (BS) ในการรักษาคุณภาพน้ำของการเพาะเลี้ยงกุ้ง มีเป้าหมายศึกษาเปรียบเทียบระหว่าง (1) การเพาะเลี้ยงที่มีการจัดการดีและ (2) ที่มีการจัดการน้อยที่สุด และ (3) การจัดการน้อยที่สุดแต่ใช้แบคทีเรีย BS เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยติดตามค่าบ่งชี้คุณภาพน้ำ คือ ปริมาณแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และคลอโรฟิลล์เอ รวมทั้งอุณหภูมิ ความเค็ม pH และปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำทำในบ่อซีเมนต์ ขนาด 20 x 15 x 2 ม3 จำนวน 3 บ่อ โดยที่บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 เป็นชุดควบคุมและชุดที่ใส่ BS ตามลำดับ ซึ่งมีการจัดการที่เหมือนกันในเรื่องการให้อาหาร การเติมอากาศ และมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำน้อยที่สุด ส่วนบ่อที่ 3 เป็นบ่อที่มีการจัดการดีในเรื่องการเปลี่ยนถ่ายน้ำ และมีการใช้สารต่างๆในการปรับคุณภาพน้ำ ลูกกุ้งระยะ P15 จำนวน 100 ตัว/ม.2 ถูกปล่อยลงในทั้ง 3 บ่อ ซึ่งมีความเค็มไม่เกิน 32 ppt ในบ่อที่ 2 เติม BS สายพันธุ์ D-01, D-07 และ D-18 ลงในความเข้มข้นสุดท้ายเป็น 103 cfu/ml สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ทำการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวัดคุณภาพของน้ำ และเก็บตัวอย่างน้ำจำนวน 3 จุดของระดับน้ำคือ ระดับผิวบ่อ ระดับกลางบ่อ และระดับก้นบ่อ มาหาปริมาณ BS และแบคทีเรียชนิดอื่น เมื่อเพาะเลี้ยงกุ้งได้นาน 116 วันก็หยุดการทดลองเพราะกุ้งในบ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 มีการตายมาก ให้ผลผลิตกุ้งเพียง 20 และ 40 กก. ตามลำดับ ในขณะที่บ่อที่ 3 ให้ผลผลิตกุ้งดีที่สุด (223 กก.) อัตรารอด 93.03 % และอัตราแลกเนื้อ (FCR) เท่ากับ 1.63 ด้านคุณภาพน้ำ แอมโมเนียในทั้ง 3 บ่อ ที่วัดได้มีระดับไม่แตกต่างกันมากนักในระยะ 2 เดือนแรก จนกระทั่งวันที่ 61 และ 68 มีปริมาณสูงขึ้นในบ่อที่ 2 และบ่อที่ 1, 3 ตามลำดับ ปริมาณไนไตรท์/ไนเตรท สูงขึ้นมากทั้ง 3 บ่อ ในช่วงหลังจากการเลี้ยงนาน 82 วัน บ่อที่ 1 มีปริมาณไนไตรท์/ไนเตรทสูงสุด ระดับความโปร่งใส อุณหภูมิ ความเค็ม ความเป็นกรด-ด่าง ไม่แตกต่างกันมากนักในระหว่างการเลี้ยงทั้ง 3 บ่อ ปริมาณเชื้อแบคทีเรียทั่วไปในน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งทั้ง 3 ตรวจพบได้ในปริมาณ 102 cfu/ml ในช่วงต้น จนกระทั่ง 1.5 เดือนขึ้นไปปริมาณแบคทีเรียเพิ่มขึ้นเป็น 103 cfu/ml และ 104 cfu/ml ในเดือนสุดท้าย ขณะที่เชื้อ BS ตรวจพบได้ในบ่อที่ 2 ในปริมาณ 103 cfu/ml สม่ำเสมอโดยตลอด ค่าใช้จ่ายของการเลี้ยงกุ้งแต่ละบ่อไม่สามารถคำนวณได้ เพราะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ข้อด้อยของการทดลองมีหลายประการ เช่น ในด้านการคำนวณปริมาณและเวลาที่เหมาะสมของการให้อาหาร ไม่มีการตรวจโรคไวรัสโดยวิธี PCR ของลูกกุ้งที่นำมาเลี้ยง รวมทั้งวิธีการประเมินการรอดตายและวิธีปฏิบัติในเรื่องระยะเวลาที่สิ้นสุดการเลี้ยงของแต่ละบ่อไม่ตรงกับที่ตั้งเงื่อนไขไว้และในด้านการทดสอบการทำงานของเชื้อ B. subtilis ต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณสารที่เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำก็ไม่ชัดเจน ไม่สามารถสรุปแน่นอนได้ เนื่องจากการดำเนินการทดลองไม่เป็นไปตามแผนการทดลองและมีปัจจัยอื่นๆหลายประการมาเกี่ยวข้องด้วย การทดลองครั้งนี้จึงเป็นเพียงตัวอย่างการทดสอบที่ยังไม่อยู่ในสภาพการเพาะเลี้ยงกุ้งที่แท้จริง จึงได้ข้อมูลในระดับหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้ได้ข้อมูลในแนวทางที่ถูกต้องและอาจพัฒนาจนเป็นการเพาะเลี้ยงกุ้งแบบยั่งยืนต่อไปได้

บรรณานุกรม :
วิจิตรา ลีละศุภกุล . (2545). การขยายผลการใช้จุลินทรีย์ B. subtilis (ABS/TRF) ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิจิตรา ลีละศุภกุล . 2545. "การขยายผลการใช้จุลินทรีย์ B. subtilis (ABS/TRF) ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิจิตรา ลีละศุภกุล . "การขยายผลการใช้จุลินทรีย์ B. subtilis (ABS/TRF) ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
วิจิตรา ลีละศุภกุล . การขยายผลการใช้จุลินทรีย์ B. subtilis (ABS/TRF) ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.