ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัย : ปิลันธนา ปรัศว์เมธีกุล
คำค้น : ปอดอักเสบ , ปฏิชีวนะ , การใช้ยา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อัจฉรา อุทิศวรรณกุล , ชุษณา สวนกระต่าย , ฉันชาย สิทธิพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741729332 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12246
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ศึกษาข้อมูลการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาแบบคาดการณ์ของโรคปอดบวมที่เกิดใน ชุมชน ศึกษาชนิดและความไวของเชื้อแบคทีเรียต่อการรักษาแบบคาดการณ์ รวมทั้งศึกษาปัญหาจากการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะของผู้ป่วยโรคปอดบวม ที่เกิดในชุมชนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2545 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชนมี 57 ราย อายุเฉลี่ย 58.6+-21.1 ปีและค่ามัธยฐาน 65.0 ปี ผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะก่อนมาโรงพยาบาล 40.4% ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาล 8.6+-9.2 วัน ค่ามัธยฐาน 6.0 วัน มีผู้ป่วยเสียชีวิต 7 ราย โดย 4 ใน 7 รายเสียชีวิตจากโรคประจำตัวและอีก 3 รายเสียชีวิตจากโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชน ผู้ป่วย 50 รายหายเป็นปกติภายหลังเข้ารักษาในโรงพยาบาล มีผู้ป่วย 29 จาก 44 ราย (65.9%) ที่มาพบแพทย์ตามนัดแบบผู้ป่วยนอก มีการส่งตัวอย่างเสมหะย้อมสีแกรม 68.4% พบเชื้อแกรมบวกทรงกลมคู่มากที่สุด 43.5% และมีการส่งเพาะเชื้อจากตัวอย่างเสมหะ 70.2% สำหรับเชื้อก่อโรคที่แท้จริงพบจากตัวอย่างเลือดและบริเวณปราศจากเชื้อ คือ S. pneumoniae 40.0% Streptococcus gr.F 40.0% และ Proteus mirabilis 20.0% เชื้อก่อโรคที่เป็นไปได้จากการตรวจทางเซรุ่มวิทยาและวิธี polymerase chain reaction คือ เชื้อ M. pneumoniae และเชื้อก่อโรคที่อาจเป็นไปได้จากตัวอย่างเสมหะที่พบมาก 3 อันดับแรก คือ เชื้อ H. influenzae 27.3%, เชื้อ P. aeruginosa 18.2% และเชื้อ E. coli 9.1% สำหรับผลการทดสอบความไวของเชื้อต่อยาปฏิชีวนะ พบว่า เชื้อ S. pneumoniae มีความไวต่อยาเพนนิซิลลิน แวนโคมัยซิน เซโฟแทกซีมและมีโรพีเนม เชื้อ Streptococcus gr.F มีความไวต่อยาเพนนิซิลลิน คลินดามัยซิน อิริโทรมัยซิน คลอแรมเฟนิคอล เจนตามัยซิน แวนโคมัยซิน เซโฟแทกซีมและมีโรพีเนม เชื้อ H. influenzae มีความไวต่อยาแอมพิซิลลิน อะม็อกซิซิลลิน/กรดคลาวูลานิค ซิโพรฟล็อกซาซิน เซฟไตรอะโซนและอิมิพีเนม เชื้อ P. aeruginosa มีความไวต่อยาซิโพรฟล็อกซาซิน และเชื้อ E. coli มีความไวต่อยาเจนตามัยซิน ซัลเพอราโซน ทาโซซิน เซฟไตรอะโซน เซฟแทซิดีม อิมิพีเนม เซฟไพโรม มีโรพีเนมและเซฟีพีม สำหรับยาปฏิชีวนะที่แพทย์ใช้ในการรักษาแบบคาดการณ์มากที่สุดคือ ยากลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่ 3 33.3% รองลงมาคือ กลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่ 3 ใช้ร่วมกับกลุ่มมาโครไลด์และกลุ่มมาโครไลด์ 19.3% และ 14.0% ตามลำดับ ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ยาปฏิชีวนทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้านเฉลี่ยคือ 14.6+-9.4 วันและค่ายาปฏิชีวนะโดยเฉลี่ยต่อผู้ป่วย 1 ราย คือ 6,086 บาท ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานที่ผู้ป่วยได้รับกลับไปรักษาต่อที่บ้านคือ อะม็อกซิซิลลิน/กรดคลาวูลานิคและเซฟดิเนีย 21.7% เท่ากัน จากการศึกษานี้ พบปัญหาจากการรักษาด้วยยา 21.0% โดยปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ผู้ป่วยได้รับยาไม่เหมาะสมและผู้ป่วยได้รับยาที่ถูกต้องในขนาดที่มากเกินไป 33.3% เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ยังไม่ส่งผลต่อการรักษา แต่เป็นสิ่งที่ควรระวังและใช้ในการติดตามผู้ป่วยต่อไป

บรรณานุกรม :
ปิลันธนา ปรัศว์เมธีกุล . (2545). การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิลันธนา ปรัศว์เมธีกุล . 2545. "การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิลันธนา ปรัศว์เมธีกุล . "การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
ปิลันธนา ปรัศว์เมธีกุล . การใช้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยโรคปอดบวมที่เกิดในชุมชนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.