ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความไม่มั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความไม่มั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุไทย
นักวิจัย : นพวรรณ เปียซื่อ
คำค้น : Food insecurity , Older adults , Urban community , ความไม่มั่นคงทางอาหาร , ชุมชนเมือง , ผู้สูงอายุ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5180132 , http://research.trf.or.th/node/3183
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสม ประกอบด้วย 2 ระยะ เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ระยะที่ 1 การศึกษาเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าใจการรับรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ความไม่มั่นคงทางอาหารและการจัดการของผู้สูงอายุสตรีที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดเขตเมือง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้สูงอายุสตรีจำนวน 30 คน ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุรับรู้ว่าความไม่มั่นคงทางอาหารเป็นผลจากเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในปัจจุบัน และกำลังเผชิญกับวิกฤติที่เกิดขึ้น 6 ประเด็นโดยใช้วิธีการจัดการในเรื่องอาหาร สุขภาพ เงินและครอบครัว ระยะที่ 2 เป็นการศึกษาเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินการรับรู้ความไม่มั่นคงทางอาหารและสุขภาพ 2) ติดตามความชุกของความไม่มั่นคงทางอาหารในระยะ 6 เดือน และ 3) ศึกษาปัจจัยทำนายความไม่มั่นคงทางอาหารของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดเขตเมือง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 438 คน เลือกแบบเฉพาะเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์จากแบบสอบถามและการวัดสัดส่วนของร่างกาย ผลการศึกษาพบว่า 53.0% ของผู้สูงอายุรับรู้ภาวะสุขภาพในระดับพอใช้ ที่ระยะเริ่มต้นการศึกษา พบว่า 84.5% ของผู้สูงอายุมีความมั่นคงทางอาหาร ในขณะที่ 13.5% มีความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับต่ำ และ 2.0% มีความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงสูง ผลการติดตามในระยะเวลา 6 เดือน พบว่าสถานการณ์ความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับต่ำและระดับปานกลางถึงสูงเพิ่มขึ้นเป็น 13.9% และ 2.3% ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ถดถอยลอจิสติกพบว่า ผู้สูงอายุที่มีสถานภาพสมรสหม้าย/หย่า/แยก (OR = 1.804, 95% CI = 1.052-3.092, p = .032), มีรายได้ครอบครัวต่ำ (OR =.654, 95% CI = .523-.817, p < .001), และลักษณะสิ่งแวดล้อมของที่อยู่อาศัยไม่ดี (OR = 2.338, 95% CI = 1.057-5.171, p = .036) มีโอกาสสูงในการเกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร ผลการศึกษามีข้อเสนอแนะต่อบุคลากรทางสุขภาพในการพัฒนากลวิธีเชิงระบบเพื่อประเมิน ติดตาม และสนับสนุนการจัดการปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุโดยพิจารณาปัจจัยทำนายดังกล่าว รวมทั้งการพัฒนาโปรแกรมสร้างเสริมความมั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดเขตเมืองในการศึกษาครั้งต่อไป This study employed a mixed methodology including two phases that used qualitative and quantitative approaches. In Phase 1, the qualitative study was aimed to understand how older women in crowded urban community perceive the food insecurity experience and deal with it. In depth interviews were conducted among 30 older Thai women. Results revealed that older women perceived their food insecurity experience as a negative effect of the current economic downturn globally. They felt that they were confronting a crisis. Problems they dealt with included six issues. The older women employed management strategies around: food, health, money, and family. In Phase 2, the quantitative study was conducted with aims to: 1) assess perceptions of food insecurity and health, 2) follow up with the prevalence of food insecurity at a 6-month period, and 3) determine factors predicting food insecurity in older Thai adults living in crowded urban communities. Through purposive sampling, 438 participants were recruited from community dwelling older adults in Bangkok. Data collection included interview from questionnaires and anthropometric measurement. Results revealed that 53.0% of older adults perceived their health as fair. At baseline, 84.5% of the older adults reported food security, while 13.5% reported mild food insecurity and 2.0% reported moderate to severe food insecurity. At a 6-month period follow up, mild and moderate to severe food insecurity situation increased to 13.9% and 2.3%, respectively. Logistic regression showed that older adults who were widowed/ divorced/ separated (OR = 1.804, 95% CI = 1.052-3.092, p = .032), who reported low family income (OR =.654, 95% CI = .523-.817, p < .001), and who had poor physical environment surrounding home (OR = 2.338, 95% CI = 1.057-5.171, p = .036) were more likely to have food insecurity. The results suggest a need for health professionals to systematically develop strategies to identify, monitor, and facilitate a management of food insecurity in older adults by taking those factors into account. Intervention programs could be developed in a future study to promote food security for older adults residing in crowded urban community

บรรณานุกรม :
นพวรรณ เปียซื่อ . (2554). ความไม่มั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นพวรรณ เปียซื่อ . 2554. "ความไม่มั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นพวรรณ เปียซื่อ . "ความไม่มั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
นพวรรณ เปียซื่อ . ความไม่มั่นคงทางอาหารในผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.