ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความชุกและพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ ของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายผลิต และฝ่ายบำรุงรักษาในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความชุกและพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ ของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายผลิต และฝ่ายบำรุงรักษาในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
นักวิจัย : ณัฐญา มาประดิษฐ์
คำค้น : หูตึง , โรคเกิดจากอาชีพ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วรวิทย์ ทัตตากร , พรชัย สิทธิศรัณย์กุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743340696 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12000
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

โรคหูตึงเหตุอาชีพเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการทำงานสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดัง ในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรคนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและเฝ้าคุมทั้งในสิ่งแวดล้อมและตัวคนงาน การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก ที่จะศึกษาอัตราความชุกของโรคหูตึงเหตุอาชีพพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยการรับรู้ สิ่งชักนำให้เกิดการป้องกันโรคและการเกิดโรคหูตึงเหตุอาชีพกับพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีเจาะจง เลือกจากผู้ปฏิบัติงานฝ่ายผลิตและฝ่ายบำรุงรักษาในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและพลังความร้อนร่วม จำนวน 3 แห่ง ที่มารับการตรวจการได้ยิน ในปีงบประมาณ 2541 รวมทั้งสิ้น 1,722 ราย เลือกเฉพาะผู้ที่มีผลการตรวจการได้ยินปกติ 511 ราย และมีการสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง 58 ราย ส่งแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นให้ตอบด้วยตนเอง รวม 555 ราย จากทั้งหมด 569 ราย อัตราการตอบกลับร้อยละ 87.8 รวม 480 ฉบับ เป็นเพศชาย 457 ราย เพศหญิง 23 ราย ผลการศึกษาพบว่า อัตราความชุกของโรคหูตึงเหตุอาชีพมีค่าเท่ากับ 3.4 ต่อ 100 ประชากร พฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพโดยรวมพบว่า กลุ่มที่การได้ยินปกติมีพฤติกรรมในการป้องกันโรคร้อยละ 49.1 มากกว่ากลุ่มที่การได้ยินผิดปกติที่มีพฤติกรรมในการป้องกันโรค ร้อยละ 40.9 ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยการรับรู้ สิ่งชักนำให้เกิดการป้องกันโรคและ การเกิดโรคหูตึงเหตุอาชีพ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมในการป้องกันโรค ในขณะที่ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ การศึกษา อายุงาน และพฤติกรรมในการป้องกันโรคบางอย่าง เช่น พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ป้องกันหู การไปรับการตรวจการได้ยิน มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหูตึงเหตุอาชีพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จากผลการศึกษาดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ปัจจัยในแบบแผนความเชื่อทางสุขภาพไม่สามารถใช้อธิบายพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพในผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าผลิตได้ ดังนั้นในขณะที่ยังไม่สามารถควบคุมระดับเสียงในที่ทำงานให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยได้ จึงควรหันมาสนับสนุนการให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันหู และการไปรับการตรวจการได้ยินเพื่อเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ

บรรณานุกรม :
ณัฐญา มาประดิษฐ์ . (2542). ความชุกและพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ ของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายผลิต และฝ่ายบำรุงรักษาในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐญา มาประดิษฐ์ . 2542. "ความชุกและพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ ของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายผลิต และฝ่ายบำรุงรักษาในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐญา มาประดิษฐ์ . "ความชุกและพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ ของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายผลิต และฝ่ายบำรุงรักษาในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
ณัฐญา มาประดิษฐ์ . ความชุกและพฤติกรรมในการป้องกันโรคหูตึงเหตุอาชีพ ของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายผลิต และฝ่ายบำรุงรักษาในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.