ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการปรับระบบการบริหารงานวิจัยเชิงรุก

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการปรับระบบการบริหารงานวิจัยเชิงรุก
นักวิจัย : สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล
คำค้น : ทุนวิจัยนวัตกรรมบริหารงานวิจัยของสถาบัน , บริหารงานวิจัย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4890018 , http://research.trf.or.th/node/3087
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สภาพปัญหาการบริหารงานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐส่วนใหญ่ มักเป็นลักษณะของการ บริหารงานเชิงรับ มีการวางนโยบายและแผนงานวิจัยไว้อย่างกว้าง แต่ไม่ได้กระทำการในเชิงรุกที่จะขับเคลื่อน ทรัพยากรและทรัพย์สินทางปัญญาที่มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของไปในทิศทางที่เพิ่มสมรรถนะให้เป็นผู้เฝ้าระวังและ ชี้นำสังคมได้อย่างต่อเนื่อง และด้วยโครงสร้างการบริหารงานแบบราชการ ระเบียบมหาวิทยาลัยที่เข้มงวดไม่ ก่อให้เกิดผลทางบวกในการส่งเสริมให้มีงานวิจัยมากขึ้น ทำให้เกิดอุปสรรคในการบริหารงานวิจัยของ มหาวิทยาลัยมากมาย ดังนั้นกระบวนการหลักที่มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการและเกิดผลที่น่าพอใจ คือการปลด พันธนาการจากระบบราชการ รูปแบบของการศึกษาครั้งนี้ ใช้การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อค้นหาจุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) ของการบริหารจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (ปี 2544 – 2547) และนำ ผลมาสังเคราะห์หารูปการบริหารงานวิจัยที่เหมาะสมที่สามารถแก้ไขปัญหาการวิจัยในอดีต โดยใช้วิธีการวิจัยเชิง ปฏิบัติการ (Action Research) โดยผ่านการประชุมระดมสมองของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบการบริหาร งานวิจัยทั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและผู้บริหารงานวิจัยระดับหน่วยงานย่อยภายใต้ สังกัดของมหาวิทยาลัยรวมถึงนักวิจัย โดยได้นำรูปแบบแนวทางดังกล่าวมาทดลองใช้พร้อมประเมินผลสำเร็จและ ปรับแก้ไปพร้อมกันจนเกิดเป็นรูปแบบการบริหารงานวิจัยลักษณะใหม่ ที่มีความเข้มแข็ง คล่องตัว และเกิด ประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ผลการวิจัย คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการปรับระเบียบทางการเงินการคลังให้มีความคล่องตัว สามารถ ปรับเปลี่ยนรายการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับธรรมชาติงานวิจัยยิ่งขึ้น นักวิจัยสามารถดำเนินงานวิจัยได้ สะดวกโดยไม่ต้องกังวลกับงานเอกสารและระเบียบที่ติดขัด และการประสานงานกับฝ่ายวิจัยสามารถทำได้อย่าง สะดวก ไร้ข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่เพราะระเบียบได้เอื้อต่อการทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย โดยมหาวิทยาลัยได้สร้างระบบบริหารงานวิจัยผ่านอิเล็กทรอนิกส์เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อบริหารงานวิจัย (RANsys) ขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องมือในการบริหารงานวิจัยที่แสดงข้อมูลในภาพรวมอันจะเป็นประโยชน์ต่อ ผู้บริหารงานวิจัยแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลและสามารถแสดงดัชนีชี้วัดตามเกณฑ์มาตรฐานของ กพร และ สมศ ให้กับมหาวิทยาลัยด้วย ผลกระทบที่เกิดจากการปลดพันธนาการดังกล่าวทำให้รูปแบบการทำวิจัยของประชาคมวิจัยใน มหาวิทยาลัยเปลี่ยนไป โดยข้อกำหนดของการปรับระเบียบทางการเงินที่เอื้อประโยชน์ต่อการวิจัยนั่นเอง ทำให้ มหาวิทยาลัยต้องเข้มข้นในเรื่องของการพิจารณาให้ทุน ต้องมีกระบวนการประเมินและตรวจสอบคุณภาพของ งานวิจัยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างโจทย์วิจัยร่วมกันระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิจัย การเปิดให้มีเวทีเพื่อ เสนอขอรับทุนและชี้แจงงบประมาณต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเข้มข้น การติดตามและตรวจสอบโครงการวิจัย โดยยึดผลงาน (Output) เป็นเงื่อนไขหลักของการเบิกจ่ายเงิน การสร้างรางวัลจูงใจโดยมีโบนัสของผลงานวิจัยที่ ตรงเวลา ทำให้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการทำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมีสีสัน ท้าทาย เกิดแรงกระตุ้น ต่อประชาคมวิจัย จากเดิมที่ขอทุนในลักษณะรับนโยบายแบบสั่งการกลายเป็นการตื่นตัวและเร้าความสนใจได้ มากขึ้น ซึ่งจากการดำเนินการประเมินและตรวจสอบผลงานวิจัยอย่างครบวงจรดังกล่าว ไม่เพียงทำให้เกิด วัฒนธรรมความมีวินัยเกิดขึ้นกับนักวิจัยในเรื่องของการใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น แต่ยังทำ ให้เกิดวินัยในเรื่องของการส่งผลงานวิจัยที่ตรงเวลามากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการปรับระบบการบริหารงานวิจัย เชิงรุกที่ผ่านมา สรุปได้ว่าการใช้รูปแบบการบริหารงานวิจัยดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยมีแนวโน้มการ เปลี่ยนแปลงของดัชนีชี้วัดการวิจัยที่สำคัญของมหาวิทยาลัยในเชิงบวกทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยพบว่ามี จำนวนโครงการวิจัย จำนวนนักวิจัย เพิ่มขึ้น วงเงินงบประมาณที่สนับสนุนโครงการวิจัยมีปริมาณมากขึ้น และ ระดับความพึงพอใจของนักวิจัยในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของฝ่ายวิจัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อยู่ใน ระดับดี ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงเสนอว่าในการขับเคลื่อนระบบการบริหารงานวิจัยของมหาวิทยาลัยให้ก้าวไปสู่ มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยได้นั้น จำต้องมีการปรับโครงสร้างภายในมหาวิทยาลัยและใช้ระบบสารสนเทศมาพัฒนา ให้รองรับพันธกิจและแก้ไขสภาพปัญหาดังกล่าวได้ และสามารถผลักดันและขับเคลื่อนให้ก้าวไปสู่การเป็น มหาวิทยาลัยวิจัย หรือ Research University อันจะนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสู่ยุคสังคมแห่งการเรียนรู้ (knowledge-based society) อย่างยั่งยืนในสังคมไทยตลอดไป

บรรณานุกรม :
สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล . (2551). โครงการปรับระบบการบริหารงานวิจัยเชิงรุก.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล . 2551. "โครงการปรับระบบการบริหารงานวิจัยเชิงรุก".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล . "โครงการปรับระบบการบริหารงานวิจัยเชิงรุก."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล . โครงการปรับระบบการบริหารงานวิจัยเชิงรุก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.