ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ข้อมูลพื้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ข้อมูลพื้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นักวิจัย : เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ
คำค้น : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , ภาษาต่างประเทศ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG48H0001 , http://research.trf.or.th/node/3086
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยเรื่อง ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและความต้องการการใช้ภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และความต้องการความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศในระดับต่างๆ และทักษะต่างๆ ของแหล่งงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการวิจัยใช้การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบตัดขวาง (Cross-sectional Design) ซึ่งเป็นรูปแบบการวิจัยที่ใช้ศึกษาปรากฏการณ์ ณ เวลาจุดใดจุดหนึ่ง และใช้แบบสัมภาษณ์ (Interview Schedule) เป็นเครื่องมือสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Science) โดยใช้สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) แบ่งการวิเคราะห์เป็น 2 ตอนได้แก่ การวิเคราะห์ในระดับตัวแปรเดียว (Uni-variate Analysis) ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าฐานนิยม ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด และการวิเคราะห์ระดับสองตัวแปร (Bi-variate Analysis) ด้วยการวิเคราะห์ตารางไขว้ (Contingency Table) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 2 ส่วน กลุ่มแรกได้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอน และผู้เรียนภาษาต่างประเทศ กลุ่มที่สองประกอบด้วยเจ้าของสถานประกอบการ ในภาคการผลิตอุตสาหกรรมและบริการ ผู้บริหารองค์กรภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัด และ ผู้แทนกลุ่มอาชีพต่างๆ ได้แก่ ผู้ขับรถรับจ้าง กรรมกร พนักงานขาย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานของสถานประกอบการ พนักงานองค์กรพัฒนาเอกชน ช่างซ่อม กลุ่มตัวอย่างในส่วนของการวิจัยเกี่ยวกับสภาพปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศสุ่มตัวอย่างเป็นแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) จากเขตพื้นที่การศึกษามีจำนวน 1,155 คน และในส่วนของการวิจัย ความต้องการความสามารถและทักษะภาษาต่างประเทศของแหล่งงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ขนาดตัวอย่างจากการคำนวณสัดส่วนประชากร ได้ขนาดตัวอย่างเท่ากับ 385 คน ผลการวิจัยได้ข้อมูลพื้นฐานการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ดังนี้ 1. สถานศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม เขมร และภาษาลาว ในระดับอนุบาลและประถมศึกษา มีการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาจีนในบางโรงเรียน ในภาพรวมแล้วภาษาต่างประเทศที่มีการเรียนการสอนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด ได้แก่ ภาษาอังกฤษ และผู้เรียนภาษาจีนและญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 2. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถานศึกษาส่วนใหญ่มีห้องสมุด อินเตอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ และห้องปฏิบัติการภาษา อย่างไรก็ตาม มีสถานศึกษาเพียงส่วนน้อยที่สามารถจัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง 3. ด้านการจัดหลักสูตรและการบริหาร ผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับส่วนใหญ่กำหนดนโยบายการสอนภาษาตามแผนการศึกษาภาคบังคับของหลักสูตร สถานศึกษาส่วนใหญ่มีการปรับปรุงหลักสูตร หรือเปลี่ยนแปลงรายวิชาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้สอนทุกระดับมีส่วนร่วมพัฒนาหลักสูตรในระดับน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอาชีวศึกษา แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ด้านการคัดเลือกผู้สอน สถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาใช้การรับเข้าจากบัญชีรายชื่อจากส่วนกลางเป็นหลัก ทำให้สถานศึกษาไม่มีโอกาสเลือกบุคคลเข้าสอนด้วยการทดสอบอื่น ๆ ผู้บริหารสถานศึกษา ทุกระดับสนับสนุนผู้สอนในด้านการเข้ารับการฝึกอบรมมากที่สุด รองลงมาคือการเข้าร่วมประชุมสัมมนา อย่างไร ก็ตาม สถานศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดการติดตามการประยุกต์ใช้ความรู้จากการอบรมสัมมนาในการสอนของผู้สอน 4. ในด้านวิธีสอนและกิจกรรมในชั้นเรียน ในภาพรวมผู้สอนส่วนใหญ่ใช้วิธีให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด ฝึกพูดและฝึกฟัง อย่างไรก็ตาม ผู้สอนทุกระดับยังนิยมใช้การบรรยายและอภิปรายไวยากรณ์ ผู้สอนใช้กิจกรรมการใช้บทบาทสมมติ และการให้ผู้เรียนทำโครงงาน ในระดับน้อย ผู้สอนส่วนใหญ่คิดว่ากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในการเรียนภาษามากที่สุด คือการพูดหน้าชั้นเรียนหรือในที่ชุมชน การเล่นเกมส์ทางภาษา และการร้องเพลง แต่กิจกรรมที่ใช้จริงในทุกระดับนิยมใช้กิจกรรมการพูดหน้าชั้นเรียน การแปลให้ผู้เรียนฟัง และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในด้านการวัดผลการศึกษา ผู้สอนระดับประถม มัธยม และอาชีวศึกษาส่วนใหญ่ใช้ข้อสอบแบบปรนัยมากที่สุด ในขณะที่ผู้สอนระดับอุดมศึกษาใช้ข้อสอบแบบอัตนัยค่อนข้างมาก เครื่องมือวัดผลที่ใช้น้อยที่สุดในทุกระดับการศึกษา คือการประเมินจากชิ้นงาน หรือแฟ้มสะสมงาน 5. ศักยภาพของผู้สอนภาษาต่างประเทศ ผู้สอนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในทักษะทางภาษา ทักษะที่ผู้สอนส่วนใหญ่มีความถนัดมากที่สุดคือทักษะการอ่าน รองลงมาคือทักษะการพูด ส่วนทักษะที่ผู้สอนภาษาต่างประเทศถนัดน้อยที่สุด คือการเป็นล่าม รองลงมาคือทักษะการเขียน ผู้สอนในทุกระดับต้องการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดมากที่สุด รองลงมาเป็นทักษะการเขียน เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้สอนมีความมั่นใจในทักษะภาษาเพียงทักษะเดียวคือ การอ่าน 6. พฤติกรรมของผู้เรียน ผู้เรียนมีพื้นฐานทักษะทางภาษาอ่อนมากในทุกทักษะ และต้องการได้รับการปรับปรุงทุกทักษะในระดับมากถึงมากที่สุด ทักษะพูดเป็นอันดับสูงสุด รองลงมาคือทักษะฟัง ทักษะเขียน และทักษะอ่าน แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมทางภาษา ส่วนใหญ่ได้จากสื่อต่างๆ ห้องสมุด และอินเตอร์เน็ต ตามลำดับ ผู้เรียนส่วนใหญ่คิดว่ากิจกรรมที่จะทำให้มีทักษะในการใช้ภาษาดีขึ้นได้แก่ การทำแบบฝึกหัด การฝึกพูด และการฝึกฟังในชั้นเรียน สำหรับการไปศึกษานอกสถานที่และการทำโครงงานนั้น มีผู้เรียนเพียงส่วนน้อยที่คิดว่าเป็นประโยชน์ ส่วนกิจกรรมนอกชั้นเรียนที่ผู้เรียนคิดว่าช่วยให้มีทักษะในการใช้ภาษาในระดับมากถึงมากที่สุด ได้แก่ การอ่านตำราเรียน รองลงมา คือการใช้คอมพิวเตอร์/อินเตอร์เน็ต และการสนทนากับชาวต่างประเทศ ตามลำดับ ในด้านแหล่งต้นแบบภาษาต่างประเทศ ผู้เรียนยึดผู้สอนชาวต่างประเทศเป็นแหล่งต้นแบบในการใช้ภาษาต่างประเทศมากที่สุด รองลงมาคือผู้สอนชาวไทย และผู้เรียนมีโอกาสใช้ภาษาต่างประเทศในชุมชนในระดับน้อย ผลการวิจัยความต้องการทักษะภาษาต่างประเทศของแหล่งงาน พบว่า สถานประกอบการ/องค์กรส่วนใหญ่มีการใช้ภาษาต่างประเทศในหน่วยงาน โดยภาษาต่างประเทศที่ใช้มากที่สุดคือภาษาอังกฤษ รองลงมา คือภาษาญี่ปุ่น และภาษาจีนตามลำดับ สำหรับทักษะภาษาที่ใช้มากในหน่วยงาน เรียงตามลำดับ คือ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ลักษณะงานในสถานประกอบการ/องค์กร ที่ส่วนใหญ่บุคลากรใช้ความสามารถและทักษะทางภาษาอังกฤษ ในระดับมาก ถึงมากที่สุด คืองานการให้บริการ และการต้อนรับ รองลงมา คือใช้มากและมากที่สุดในงานการประชาสัมพันธ์และการตลาด ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาเวียดนาม ภาษาลาว (เวียงจันทน์) และภาษาเขมร มีการใช้มากและมากที่สุด เป็นสัดส่วนต่ำ ผลจากการวิเคราะห์ด้านระดับความพึงพอใจต่อความสามารถ และทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศในงานลักษณะต่างๆพบว่า ผู้บริหาร-เจ้าของสถานประกอบการ/องค์กรส่วนใหญ่พอใจในระดับน้อยต่อความสามารถและการใช้ทักษะภาษาต่างประเทศภาษาอังกฤษของบุคลากร สำหรับภาษาจีนนั้น ผู้บริหาร-เจ้าของสถานประกอบการในสาขาการท่องเที่ยวและการต้อนรับมีความพอใจต่อความสามารถและทักษะของบุคลากรในระดับมาก สำหรับปัญหาการใช้ภาษาต่างประเทศของบุคลากรนั้น บุคลากรในสถานประกอบการ/องค์กร มีปัญหาการใช้ทักษะทุกด้าน เรียงตามลำดับ คือ ด้านการฟัง การพูด การเขียน และการอ่าน อย่างไรก็ตาม พบว่าสถานประกอบการกว่าครึ่งหนึ่ง ไม่เคยพัฒนาหรือส่งเสริมความสามารถและทักษะด้านภาษาต่างประเทศให้กับบุคลากรเลย สำหรับระดับความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถและทักษะภาษาต่างประเทศของสถานประกอบการ/องค์กรนั้น ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สถานประกอบการ/องค์กรต้องการมากที่สุด รองลงมา คือ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น สำหรับทักษะที่ต้องการมากที่สุด คือ ทักษะด้านการพูดและการฟังในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน สำหรับทักษะด้านการอ่านและเขียนก็เป็นที่ต้องการมากเช่นกันในสัดส่วนที่รองลงมา โดยสรุป สภาพปัญหาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความซับซ้อน และเกี่ยวพันกับองค์ประกอบหลายอย่าง ได้แก่ ปัญหาความไม่พร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วยการขาดแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ขาดสื่อการเรียนการสอน และขนาดห้องเรียนที่มีผู้เรียนมากเกินไป ปัญหาในด้านหลักสูตร ซึ่งมักเป็นสูตรสำเร็จจากส่วนกลาง ขาดการบูรณาการและการมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่น ปัญหาด้านตัวผู้สอน คือการมีภาระงานสอนมาก การขาดความมั่นใจในทักษะที่สอน ผู้สอนไม่ได้รับการทดสอบทักษะทางภาษา ผู้สอนขาดแรงกระตุ้นให้พัฒนาตนเอง ส่วนปัญหาด้านผู้เรียน คือพื้นฐานทางภาษาต่างประเทศอ่อน ขาดการค้นคว้าเพิ่มเติม ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ เป็นต้น ปัญหาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ด้วยการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการพัฒนาทักษะทางภาษาที่ชัดเจน รวมทั้งต้องกระตุ้นให้เกิดความ ร่วม มือในลักษณะเครือข่ายเพื่อการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

บรรณานุกรม :
เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ . (2550). ข้อมูลพื้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ . 2550. "ข้อมูลพื้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ . "ข้อมูลพื้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ . ข้อมูลพื้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศและการใช้ภาษาต่างประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.