ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความเป็นธรรมในพระไตรปิฏก

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความเป็นธรรมในพระไตรปิฏก
นักวิจัย : ชาญณรงค์ บุญหนุน
คำค้น : Justice , law of kamma , Pali Tipitakas , social justice , Theravada Buddhism , ความเป็นธรรม , ความเป็นธรรมทางสังคม , พระพุทธศาสนาเถรวาท , พระไตรปิฏกภาษาบาลี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG48H0010 , http://research.trf.or.th/node/3081
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาแนวความคิดเรื่อง “ความเป็นธรรม” ในทัศนะของพระพุทธศาสนา เถรวาท จากพระไตรปิฎก ภาษาบาลี และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นหลัก ๒ ประการคือ (๑) แนวความคิดเรื่อง “ความยุติธรรมทางศีลธรรม” ตามกฎแห่งกรรม ใช้เป็นหลักการพื้นฐานเพื่อ อธิบายเรื่อง “ความเป็นธรรมทางสังคม” ได้หรือไม่ เพราะอะไร (๒) “ความเป็นธรรม” ที่สามารถใช้ อธิบายหรือประเมินค่าความสัมพันธ์ทางสังคมของมนุษย์อย่างมีเหตุผลนั้นวางอยู่บนหลักการใด จากการศึกษาพบว่า พระพุทธศาสนายอมรับความเป็นธรรม ๒ นัย คือ (๑) ความ เป็นธรรมระดับสากล (๒) ความเป็นธรรมทางสังคม นัยแรกอิงหลักคำสอนเรื่องกรรมที่เชื่อว่า มี กฎศีลธรรมควบคุมอำนวยผลตอบแทนอย่างสอดคล้องเหมาะสมกับการกระทำนั้น ๆ กฎนี้ทำงาน อย่างเป็นกลไก เป็นเหตุผล อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ แต่เนื่องจากเป็นมโนทัศน์เชิงบรรยาย ที่มีความซับซ้อนในเชิงทฤษฎี จึงนำไปอธิบายหรือประเมินค่าความสัมพันธ์ทางสังคมได้ยาก นัยที่ สองอิงหลักคำสอนทางสังคมการเมืองซึ่งให้ความสำคัญต่อสถานการณ์ในชีวิตปัจจุบัน โดยถือว่า มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันระหว่างปัจเจกบุคคลกับสังคม พลเมืองกับโครงสร้างอำนาจรัฐ และ ด้วยแนวคิดที่ว่า “มนุษย์ทุกคนต้องการชีวิตที่ดีงาม และชีวิตที่ดีเกิดขึ้นได้ภายในสังคมที่เป็นธรรม” พระพุทธศาสนาจึงถือว่า ลักษณะพื้นฐานของความเป็นมนุษย์เป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณา เพื่อจัดวางระบบตอบแทนความดี (การจัดสรรผลประโยชน์ทางสังคม) หรือความชั่ว (การลงโทษ ผู้กระทำผิด) ผู้วิจัยจึงเสนอว่า ความเป็นธรรมที่อิงอยู่กับบริบททางสังคมการเมือง น่าจะเป็นปรับ ใช้กับสังคมทั่วไปได้ดีกว่าความเป็นธรรมที่อิงอยู่กับมโนทัศน์เรื่องกฎแห่งกรรม The objective of this research is to study concepts of "justice" and "social justice" in Pali Tipitakas, Theravada's essential texts, under 2 main directions: (1) a study of the concept "moral justice" that appears in the teachings on the law of kamma and rebirth to find out whether it can be a basis of "social justice"; (2) an inquiry into the concept "social justice" from Buddhist teachings on society and state in the Suttas, and the Vinayas, which formally govern the monastery (the sangha). The study indicates that Buddhism accepts two conceptions of justice i.e. universal and social. The former based on Buddha’s teachings on kamma states that a moral law exists and governs the realization of sequences of behavior in proportion to their deeds. This law functions dynamically and causally beyond human’s understandings. Descriptive orientation and theoretical complexity of the teachings impedes its explanatory and evaluative application to social relations. The latter founded on Buddha’s socio-political teachings focuses on immediate life situations. Believing that individual and society, as well as citizens and state-power structure, are interrelated; and that "All humans desire a good life that is made possible in a just society," Buddhism employs human basic features as main criteria for an arrangement of systems to distribute goods and wrongs. It was proposed that justice rooted in sociopolitical context leading itself to application to general society is more applicable and beneficial than justice defined by the law of kamma.

บรรณานุกรม :
ชาญณรงค์ บุญหนุน . (2551). ความเป็นธรรมในพระไตรปิฏก.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาญณรงค์ บุญหนุน . 2551. "ความเป็นธรรมในพระไตรปิฏก".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาญณรงค์ บุญหนุน . "ความเป็นธรรมในพระไตรปิฏก."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
ชาญณรงค์ บุญหนุน . ความเป็นธรรมในพระไตรปิฏก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.