ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ระเบียงวัฒนธรรม( กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ระเบียงวัฒนธรรม( กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์)
นักวิจัย : วศิน ปัญญาวุธตระกูล
คำค้น : Historical and cultural tourism , management of community based tourism , Tourism , ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ , ภาคเหนือตอนล่าง , โครงข่ายเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG48O0005 , http://research.trf.or.th/node/3075
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มุ่งทำการศึกษา การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ระเบียงวัฒนธรรม โดยมีพื้นที่การวิจัย คือจังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และสุโขทัย โดยได้ผลสรุปตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ คือ 1) ศึกษาสำรวจข้อมูลอุปสงค์และอุปทานการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม พบว่า ด้าน อุปทานการท่องเที่ยวมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งสิ้น ทั้งสิ้น 154 แหล่ง โดยอาจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่ม ประวัติศาสตร์ 106 แหล่ง และกลุ่มประเพณีวัฒนธรรมและกิจกรรมที่สำคัญ 48 แหล่ง ด้านอุปสงค์การท่องเที่ยว มีผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีโอกาสขยายตัวเนื่องจากมีปริมาณการกลับมาเที่ยวครั้งที่ 2 และ 3 โดยมีความสนใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่มีกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ ดังนั้นการ จัดการท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่สร้างตลาดการท่องเที่ยวเชิงรุกในรูปแบบ “แหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง” ภายใต้จุดขาย ร่วมกัน ที่มีลักษณะเฉพาะทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “แดนตำนาน แหล่งวีรกษัตริย์และคน กล้า ” 2) โดยกำหนดมาตรฐานในการคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมและจัดลำดับ ความสำคัญเพื่อจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว ผลการประเมินแหล่งท่องเที่ยวสามารถจัดลำดับความสำคัญของแหล่ง ท่องเที่ยวได้เป็น 3 กลุ่ม โดยแบ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มพื้นที่หลัก จำนวน 22 แห่ง พื้นที่รองจำนวน 40 แห่ง และพื้นที่เสริมจำนวน 92 แห่ง 3) การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโดยพิจารณาจากการจัดความสัมพันธ์ ระหว่างกลุ่มพื้นที่ต่างๆและพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อนำมาสู่การจัดเส้นทางนำเที่ยวจำนวน 51 เส้น เป็นกลุ่ม ตำนาน 11 เส้นกลุ่มประวัติศาสตร์ 21 เส้นกลุ่มวัฒนธรรม 19 เส้น 4) ศึกษาเชิงปฏิบัติการแนวทางและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแบบมีส่วน ร่วมของประชาคมรอบอุทยานประวัติศาสตร์ ณ. บ้านนาต้นจั่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผลจาก การศึกษาพบว่าชุมชนมีศักยภาพด้านการจัดการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ ทั้งด้านทรัพยากรและด้านประชาคมใน ชุมชน โดยเน้นการพัฒนาเพื่อ “การค้นหาทีมงาน” เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย เรียนรู้ และประเมิน ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของหมู่บ้านตลอดจนพัฒนาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของทีมงานกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือการ พัฒนาบ้านนาต้นจั่นเป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตัวอย่าง “ Village Based Tourism “ โดยมี 5 กลยุทธ์ และ 19 โครงการ โดยโครงการวิจัยได้ดำเนินการตาม โครงการต่างๆเป็นโครงการต้นแบบ จำนวน 5 โครงการ The purpose of this research aimed to study the historical and cultural tourism in the cultural corridor which is in Kamphangphet, Sukhotai ,Phitsanulok and Phetchaboon. The result as of the objectives found that: 1) The study of demand and supply for historical and cultural tourism found that there are 154 tourist places for supply which could be divided into 2 groups as follows 106 historical places and 48 cultural and highlighting tourist sites. Besides, tourism demanding are both local and foreign tourists which could expand by second and third visiting because of interesting in local cultures. The main problem is lack of new highlights tourist activities. “Linkage Tourist Places” should be the best solution of tourist management under the same attractive interesting which are history and culture applied perspective frames “Land of legends , great king and hero ” 2) The criteria to select historical and cultural places and to rank the highlights of tourist activities could separate into 3 groups: 22 main tourist places, 40 minor tourist sites and 92 supplementary sites. 3) There should be the tourism promotion strategy by organizing activities to link between tourist places and tourist behavior to group 51 tourist routes as follows: 11 legendary routes, 21 historical routes and 19 cultural routes. 4) The participatory action research of historical and cultural tourist processes and activities by villagers surrounding historical park. At Ban Na Ton Chun , Srisatchanalai district, Sukhotai province found that there are resources and public society which is community potential for tourist management. The research focused on “Teamwork Development” in order to assess village tourism and launch tourist policy. Moreover, it also analyzes the relations of tourist factors. The main purpose is to develop Na Ton Chun to be “Village Based Tourism” by setting 5 strategies and planning 19 projects. The research had already developed 5 model projects in Na Ton Chun.

บรรณานุกรม :
วศิน ปัญญาวุธตระกูล . (2551). การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ระเบียงวัฒนธรรม( กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วศิน ปัญญาวุธตระกูล . 2551. "การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ระเบียงวัฒนธรรม( กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วศิน ปัญญาวุธตระกูล . "การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ระเบียงวัฒนธรรม( กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
วศิน ปัญญาวุธตระกูล . การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่ระเบียงวัฒนธรรม( กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.