ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์ในเยาวชนและชุมชนผ่านกระบวนการละคร

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์ในเยาวชนและชุมชนผ่านกระบวนการละคร
นักวิจัย : พงศ์ประพันธ์ พงษ์โสภณ
คำค้น : global warming , humanistic science education , Process drama , scientific literacy , กระบวนการละคร , การรู้วิทยาศาสตร์ , ภาวะโลกร้อน , วิทยาศาสตร์ศึกษาแนวมนุษยนิยม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5180147 , http://research.trf.or.th/node/3063
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการรับรู้และแนวคิดของนักเรียนเรื่องภาวะโลกร้อน 2) ศึกษาผลของกระบวนการละครต่อการรู้วิทยาศาสตร์เรื่องภาวะโลกร้อนและการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ศึกษาแนวมนุษยนิยม รูปแบบงานวิจัย เป็นแบบกรณีศึกษา แบ่งการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสำรวจ ระยะนำนวัตกรรมไปใช้และประเมินผลและระยะขยายผล การวิจัยระยะที่ 1 ดำเนินการในภาคต้น ปีการศึกษา 2551 สำรวจการรับรู้และแนวคิดของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 106 คนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยใช้แบบวัดการรู้วิทยาศาสตร์เรื่องภาวะโลกร้อน (Scientific Literacy Test on Global Warming: SLTGW) ซึ่งวัดการรับรู้ แนวคิดเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ผลการวิจัยนำมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการออกแบบชุดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง กระบวนการละครเพื่อการรู้วิทยาศาสตร์เรื่องภาวะโลกร้อน ในการวิจัยระยะที่ 2 นำชุดอบรมไปใช้กับนักเรียนจำนวน 31 คน เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 24 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 7 คน โรงเรียนเดียวกับระยะที่ 1 ในช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ในการอบรมนี้ นักเรียนได้ทำการทดลองเรื่องภาวะโลกร้อน ฝึกการแสดง วิเคราะห์องค์ประกอบละครเวที วิเคราะห์บทละคร การดำเนินเรื่อง ฝึกสร้างเรื่อง วิพากษ์ ประเมินบทละคร พัฒนาบทละคร สร้างละครเวที ฝึกซ้อม และแสดงละครต่อสาธารณะชน นักเรียนทำแบบวัด SLTGW ก่อนและหลังการอบรมเพื่อหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมโดยวิเคราะห์ข้อมูลโดยการจัดกลุ่มแนวคิดตามแนวคิดของ Abraham และ Wilkinson (1994) นอกจากนี้ผู้วิจัยใช้การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม การวิเคราะห์บทละครและอนุทินบันทึกการเรียนรู้รายวันของนักเรียนเพื่อศึกษา กระบวนการและบรรยากาศการเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการละคร โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพในการตีความและสร้างความหมายจากข้อมูล การวิจัยระยะที่ 3 ทำในปิดเทอมปลายปีการศึกษา 2551 โดยปรับชุดอบรมเชิงปฏิบัติของนักเรียนเป็นชุดอบรมเชิงปฏิบัติวิชาชีพสำหรับครูผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการสอนเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งนำชุดฝึกอบรมไปใช้กับครูวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา จำนวน 28 คนในจังหวัดนครปฐม โดยครูจาก 4 โรงเรียนได้นำผลการฝึกอบรมไปขยายผลต่อในลักษณะการจัดโคu3619 รงการละครการศึกษาเพื่อลดภาวะโลกร้อน ผลการวิจัยระบุว่า 1) นักเรียนส่วนใหญ่รับรู้คำสำคัญเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน เฉพาะคำที่อยู่ในกระแสสื่อเท่านั้น เมื่อให้นักเรียนบอกคำจำกัดความพบว่าคลาดเคลื่อนจากแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อสำรวจแนวคิดเชิงลึก พบว่า นักเรียนมีแนวคิดคลาดเคลื่อนเรื่อง สาเหตุ กระบวนการ มีแนวคิดไม่สมบูรณ์เรื่อง ผลกระทบและแนวทางการแก้ไขภาวะโลกร้อนนักเรียนส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน แต่เป็นในระดับบุคคล 2) กระบวนการละครพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์เรื่องภาวะโลกร้อนได้ นักเรียนรับรู้คำสำคัญที่เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนมากขึ้น สามารถให้คำจำกัดความที่สอดคล้องกับแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์ นักเรียนมีแนวคิดวิทยาศาสตร์มากขึ้นในเรื่องสาเหตุ กระบวนการ ผลกระทบ มีการแก้ปัญหาปัญหาภาวะโลกร้อนแบบบูรณาการมากขึ้น นักเรียนมีส่วนร่วมในการสร้างละครเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักเรื่องภาวะโลกร้อน การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยกระบวนการละครสอดคล้องกับการจัดการศึกษาตามแนวมนุษยนิยม เน้นการพัฒนาคนแบบองค์รวม สร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจทำ ให้ผู้เรียนมองเห็นศักยภาพ เกิดความภาคภูมิใจ รู้จักบทบาทและหน้าที่ มองเห็นคุณค่าในตน เคารพตนเองและผู้อื่น คิดบวก มองโลกในแง่ดี คิดสร้างสรรค์ มีจิตนาการ มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ The purposes of this study were: 1) explore Thai students’ perception and conception of global warming and 2) examine whether/how process drama could promote scientific literacy and humanistic science education in the context of global warming. The research design is a case study. The study was divided into three phases; exploration, implementation and evaluation and extension. In the first phase, the first semester, academic year 2008, one hundred and six Grade 7 students from one secondary school in Bangkok completed an openended Scientific Literacy Test on Global Warming which focused on the perception, conceptual understanding of global warming and engagement in environmental action on the issue. Key findings were taken into consideration in the design of a 7-day process drama workshop that was implemented in the same school during a month break between semesters. There were thirty-one lower (24) and upper (7) secondary students attending. They actively engaged in doing a series of laboratory exercises, acting, making a story, and producing a drama. They created and performed the drama to the public. The participants were measured their level of scientific literacy before and after the workshop. A number of data gathering techniques were employed during the workshop including participant observation, drama script, and reflective journal. Qualitative data analysis was used. To disseminate the drama strategy to other teachers, the workshop was modified to be a 3-day intensive professional development workshop. It was held in Nakorn Prathom province in summer. The participants are 28 primary science teachers from five schools. Four implemented process drama in their school. The research findings are as follows; 1. In exploration phase, the majority of students had heard only the keywords of global warming splashed in mass media and their given definitions reflected alternative conceptions. The majority of students held partial understanding of the causes of global warming. 2. In implementation and evaluation phase, process drama could develop students’ scientific perception of the keywords related to global warming and scientific conceptions of the causes, processes, and consequences of global warming. Students’ views on the solution of global warming were integrated, creative and critical. It could raise awareness and proenvironmental actions. Process foster humanistic science education since it is motivating, , build confidence, self-esteem, and develop positive attitudes and values

บรรณานุกรม :
พงศ์ประพันธ์ พงษ์โสภณ . (2553). การพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์ในเยาวชนและชุมชนผ่านกระบวนการละคร.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พงศ์ประพันธ์ พงษ์โสภณ . 2553. "การพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์ในเยาวชนและชุมชนผ่านกระบวนการละคร".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พงศ์ประพันธ์ พงษ์โสภณ . "การพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์ในเยาวชนและชุมชนผ่านกระบวนการละคร."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
พงศ์ประพันธ์ พงษ์โสภณ . การพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์ในเยาวชนและชุมชนผ่านกระบวนการละคร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.