ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสำรวจสภาพโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน โครงข่ายเมืองศูนย์กลาง : กรณีศึกษาพื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสำรวจสภาพโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน โครงข่ายเมืองศูนย์กลาง : กรณีศึกษาพื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นักวิจัย : อัจฉรา ทิพย์มณี
คำค้น : การใช้ที่ดิน -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , เมือง -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ผังเมือง -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จารุวรรณ ลิมปเสนีย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741720203 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11599
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

วัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์นี้เป็นการสำรวจสภาพโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อจำแนกและลำดับความสำคัญของชุมชนเมือง ประกอบการวางแผนโครงข่ายเมืองศูนย์กลาง ศึกษาเทศบาลในพื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด และอำนาจเจริญ จำนวน 73 เทศบาล ประกอบด้วย เทศบาลเมือง 6 แห่ง เทศบาลตำบล 67 แห่ง เทคนิคที่ใช้ในการศึกษา คือ การวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis) การศึกษาแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับภาค และระดับชุมชนเมือง การวิเคราะห์ระดับภาคศึกษาในระดับจังหวัด จำนวน 19 จังหวัด โดยใช้ตัวแปรทางด้านกายภาพ เศรษฐกิจประชากรและสังคม จำนวน 17 ตัวแปร ผลจากการวิเคราะห์พบว่ามีความสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียง เหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มจังหวัดที่มีระดับการพัฒนาสูงมาก ล้วนแต่เป็นจังหวัดที่ได้รับการพัฒนาจากรัฐบาล และมีแกนการพัฒนาหลักของภาคอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 และมีแกนการพัฒนาระดับรองในแนวตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาที่เกิดจากเมืองหลักของภาคไปยังเมืองชายแดนทางด้าน ตะวันออก มี 2 แนว คือ ทางตอนบนของภาค และทางตอนล่างของภาค ลักษณะดังกล่าวทำให้พื้นที่ตอนกลางของภาค ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาถูกละเลยและไม่ได้รับการส่งเสริมการพัฒนาสำหรับการ วิเคราะห์ระดับชุมชนเมือง ใช้ตัวแปรจำนวน 13 ตัวแปร วิเคราะห์ทางด้านประชากร ด้านเศรษฐกิจ และด้านโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนเมืองสามารถจำแนกและจัดกลุ่มค่าคะแนนระดับ ความเป็นเมืองเพื่อลำดับศักยภาพชุมชนเมือง พบว่า ชุมชนเมืองที่มีระดับความเป็นเมืองสูงมีจำนวน 5 แห่ง ชุมชนเมืองที่อยู่ในกลุ่มนี้เป็นเทศบาลเมืองของจังหวัด ยกเว้นเทศบาลเมืองยโสธร มีลักษณะการกระจายตัวเป็นกลุ่ม สามารถจำแนกได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทางตะวันตก ประกอบด้วยชุมชนเมือง 3 แห่ง คือ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เทศบาลเมืองมหาสารคาม และเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และกลุ่มชุมชนเมืองทางด้านตะวันออก ได้แก่ เทศบาลเมืองมุกดาหาร และเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ เมื่อนำนโยบายการพัฒนาของรัฐที่ได้กำหนดให้เมืองร้อยเอ็ดให้เป็นเมืองศูนย์ กลางความเจริญ และเมืองมุกดาหารเป็นเมืองการค้าชายแดน มาประกอบการพิจารณากับปัจจัยต่างๆ ทางกายภาพ โครงข่ายการคมนาคมและความได้เปรียบเชิงที่ตั้ง ได้เสนอแนะการพัฒนาเมืองศูนย์กลางขึ้นในแต่ละกลุ่ม โดยพัฒนาพื้นที่ตอนกลางฯ ให้มีศูนย์กลางขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และเทศบาลเมืองมุกดาหาร

บรรณานุกรม :
อัจฉรา ทิพย์มณี . (2545). การสำรวจสภาพโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน โครงข่ายเมืองศูนย์กลาง : กรณีศึกษาพื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจฉรา ทิพย์มณี . 2545. "การสำรวจสภาพโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน โครงข่ายเมืองศูนย์กลาง : กรณีศึกษาพื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจฉรา ทิพย์มณี . "การสำรวจสภาพโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน โครงข่ายเมืองศูนย์กลาง : กรณีศึกษาพื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
อัจฉรา ทิพย์มณี . การสำรวจสภาพโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน โครงข่ายเมืองศูนย์กลาง : กรณีศึกษาพื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.