ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้โอโซนสำหรับกการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้โอโซนสำหรับกการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา
นักวิจัย : สุทธิรักษ์ กาบแก้ว
คำค้น : โอโซน , น้ำประปา , น้ำ -- การทำให้บริสุทธิ์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชวลิต รัตนธรรมสกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741742509 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11562
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้โอโซนสำหรับการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา รวมทั้งผลของสารอินทรีย์และความขุ่นที่มีต่อประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ด้วยโอโซน สำหรับงานวิจัยนี้แบ่งการทดลองออกเป็น 2 ช่วงคือ ในช่วงแรกเป็นการศึกษาโดยใช้น้ำสังเคราะห์เป็นน้ำรีเวอร์สออสโมสิสที่มี ปริมาณโคลิฟอร์มเริ่มต้น 3.5x10[superscript 7] ซีเอฟยู/100 มล. โดยเติมกรดฮิวมิกเป็นตัวแทนของสารอินทรีย์และดินคาโอลิน เป็นตัวแทนของความขุ่นในปริมาณความเข้มข้นต่างๆกัน ส่วนในช่วงที่ 2 นั้น เป็นการนำน้ำก่อนและหลังผ่านถังกรองทรายจากระบบผลิตน้ำประปามาเติมโคลิฟอร์ม ให้มีปริมาณโคลิฟอร์มเริ่มต้นใกล้เคียงกับน้ำสังเคราะห์ ผลการทดลองขั้นแรกพบว่าที่ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโคลิฟอร์มมากกว่า 5 ล็อก นั้น น้ำรีเวอร์สออสโมสิสมีค่าซีที เป็น 2.28 (มก./ล.)xวินาที ซึ่งเป็นค่าที่น้อยที่สุดและใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด ในการฆ่าเชื้อโคลิฟอร์มและน้ำรีเวอร์สออสโมสิสที่เติมดินคาโอลินมีค่าความ ขุ่น 5, 10, 15 และ 20 เอ็นทียู มีค่าซีทีใกล้เคียงกันคือ 2.33, 2.31, 2.31 และ 2.29 (มก./ล.)xวินาที ส่วนน้ำรีเวอร์สออสโมสิสที่ผสมกรดฮิวมิกความเข้มข้น 1, 3, 5 และ 7 มก./ล. มีค่าซีทีเพิ่มขึ้นเป็น 4.63, 14.40, 30.27 และ 53.44 (มก./ล.)xวินาที ตามลำดับ จากนั้นในขั้นที่สองพบว่าน้ำจากระบบผลิตน้ำประปาทั้งก่อนและหลังผ่านถังกรอง ทราย มีค่าซีทีใกล้เคียงกันคือ 8.10 และ 8.13 (มก./ล.)xวินาที ตามลำดับ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าความขุ่นไม่มีผลต่อการฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซน สำหรับผลของสารอินทรีย์นั้น เมื่อค่ายูวี 254 ของน้ำมีค่าสูงขึ้นทำให้ค่าซีทีเพิ่มขึ้น และน้ำที่วัดค่ายูวี 254 ได้ เมื่อนำมาเติมโอโซนนาน 300 วินาที พบว่าค่ายูวี 254 ลดลงมากกว่า 90% แสดงว่าโอโซนสามารถลดปริมาณสารอินทรีย์ที่มีค่ายูวี 254 ลงได้ โดยยังมีปริมาณสารคาร์บอนอินทรีย์ทั้งหมดคงที่ และพบว่าปริมาณคลอรีนตกค้างในน้ำที่สัมผัสโอโซนมีค่าสูงกว่าของน้ำที่ไม่ สัมผัสโอโซน เมื่อเติมคลอรีนปริมาณเท่ากัน การใช้โอโซนสำหรับการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเนื่องจากประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโคลิฟอร์ม ด้วยโอโซนที่มากกว่า 5 ล็อกและใช้ ค่าซีทีประมาณ 8.1 (มก./ล.)xวินาที ขณะเดียวกันโอโซนก็สามารถลดปริมาณสารอินทรีย์ในรูปยูวี 254 ลงได้และสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำประปา

บรรณานุกรม :
สุทธิรักษ์ กาบแก้ว . (2546). การใช้โอโซนสำหรับกการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุทธิรักษ์ กาบแก้ว . 2546. "การใช้โอโซนสำหรับกการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุทธิรักษ์ กาบแก้ว . "การใช้โอโซนสำหรับกการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
สุทธิรักษ์ กาบแก้ว . การใช้โอโซนสำหรับกการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.