ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช
นักวิจัย : รวินันท์ ทองขาว
คำค้น : จิตเวชศาสตร์ -- การฟื้นฟูสมรรถภาพ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไพบูลย์ โล่หสุนทร , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741723997 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10876
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ศึกษาความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิต ต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใด เวลาหนึ่ง กลุ่มประชากรที่ศึกษาคือ บุคลากรกรมสุขภาพจิต ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์และบุคลากรอื่นๆ ขนาดตัวอย่าง บุคลากร ในโรงพยาบาลจิตเวช 4 แห่ง 682 คน จากทั้งหมด 916 คน (อัตราตอบกลับ 74.5%) สถิติที่ใช้ Unpaired t-test, Paired t-test, One-way ANOVA และ Wilcoxon Signed-Ranks test เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามชนิดตอบเอง ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบบุคลากร ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 78.0% มีอายุเฉลี่ย 39.3 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป 72.2% มีตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน 81.4% มีประสบการณ์ด้านการทำงานจิตเวชเฉลี่ย 16.1 ปี ประเด็นการให้ความสำคัญและการปฏิบัติ 28 กิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช ใน 5 ด้าน พบว่า คะแนนเฉลี่ยการให้ความสำคัญสูงกว่าและปฏิบัติสอดคล้องกัน โดยกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด 4.11 และ 3.10 นอกจากนั้น ผู้ตอบกว่า 50% ให้คะแนนความสำคัญมากถึงมากที่สุดใน 22 จาก 28 กิจกรรมทั้ง 5 ด้าน โดย 3 อันดับแรกคือ ทักษะการดูแลตนเอง การใช้ชีวิตและการงาน แต่ในการปฏิบัติพบว่า กิจกรรมที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงมากกว่า 50% มีเพียง 3 จาก 28 กิจกรรมคือ ทักษะการดูแลตนเอง ทักษะการใช้ชีวิตและทักษะการพักผ่อน ส่วน 5 กิจกรรมสำหรับญาติ ผู้ตอบกว่า 50% ให้คะแนนความสำคัญสูงและมากกว่าการปฏิบัติทุกกิจกรรม นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มอายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งในปัจจุบัน การได้รับการอบรม การได้รับการนิเทศ และสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลจิตเวช มีผลให้ความคิดเห็นมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ปัญหาสำคัญ ได้แก่ ขาดความรู้ ความสามารถและการประสานงาน จากการศึกษานี้ กิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช ที่มีคะแนนความสำคัญสูงจากผู้ตอบส่วนใหญ่ ควรนำไปพิจารณาเป็นดัชนีกิจกรรมสำคัญ ในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงานกิจกรรมหลัก และการปฏิบัติกิจกรรมส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้ปฏิบัติถึงปฏิบัติน้อยที่สุด อาจเป็นเพราะบุคลากรประมาณครึ่งหนึ่งยังไม่เคยได้รับการอบรม ดังนั้นกรมสุขภาพจิตควรสนับสนุนให้มีการจัดอบรมความรู้ ทักษะและสนับสนุนให้มีการนิเทศงาน เรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช เพื่อทำให้การปฏิบัติกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
รวินันท์ ทองขาว . (2545). ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รวินันท์ ทองขาว . 2545. "ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รวินันท์ ทองขาว . "ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
รวินันท์ ทองขาว . ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.