ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับปรุงความต้านทานการเสื่อมสภาพและสมบัติเชิงกลของยางธรรมชาติโดยแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปร

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับปรุงความต้านทานการเสื่อมสภาพและสมบัติเชิงกลของยางธรรมชาติโดยแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปร
นักวิจัย : ศิริลักษณ์ พุ่มประดับ
คำค้น : Calcium carbonate , Degradation resistance , Mechanical properties , Modification , Natural rubber , การดัดแปร , ความต้านทานการเสื่อมสภาพ , ยางธรรมชาติ , สมบัติเชิงกล , แคลเซียมคาร์บอเนต
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080151 , http://research.trf.or.th/node/2941
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ศึกษาการดัดแปรพื้นผิวของแคลเซียมคาร์บอเนตเพื่อให้มีสมบัติเป็นทั้งสารเสริมแรงและสารป้องกันการเสื่อมสภาพ โดยสารป้องกันการเสื่อมสภาพที่ใช้ในการทดลองนี้เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่เป็นอนุพันธุ์ของฟีนอลิก เช่น กรดซาลิซิลิก กรด 2,4-ไดไฮดรอกซีเบนโซอิก และกรดแกลลิก จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงความร้อน (Thermal Gravimetric Analysis)พบว่าการดัดแปรพื้นผิวของแคลเซียมคาร์บอเนตโดยการเติมแคลเซียมไอออนและใช้กรดแกลลิกเป็นสารป้องกันการเสื่อมสภาพนั้นให้ปริมาณการเคลือบติดของสารป้องกันการเสื่อมสภาพสูงถึง 40% ในขณะที่กรดซาลิซิลิกและกรด 2,4-ไดไฮดรอกซีเบนโซอิกให้ปริมาณการเคลือบติดน้อยกว่าประมาณ 1-2% แคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปรด้วยกรดแกลลิกถูกนำไปทดสอบสมบัติความเป็นสารป้องกันการเสื่อมสภาพด้วยวิธี DPPH (2,2-Diphenyl-1-picrylhydrazyl) พบว่าแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปรพื้นผิวด้วยกรดแกลลิกแสดงสมบัติเป็นสารป้องกันการเสื่อมสภาพได้ สมบัติเชิงกลของยางธรรมชาติผสมแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปรหลังผ่านกระบวนการวัลคาไนเซชันทั้งในระบบซัลเฟอร์และเปอร์ออกไซด์พบว่า ประสิทธิภาพการเสริมแรงของแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปรเพิ่มขึ้นเมื่อปริมาณสารตัวเติมเพิ่มขึ้น ค่าความแข็งและค่าความทนทานต่อการฉีกขาดของวัสดุคอมพอสิตถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น นอกจากนี้พบว่าแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปรสามารถทำหน้าที่เป็นสารป้องกันการเสื่อมสภาพต่อโอโซนในยางธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการวัลคาไนเซชันได้เหนือกว่าการใช้แคลเซียมคาร์บอเนตร่วมกับสารป้องกันการเสื่อมสภาพที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม This research focused on the modified calcium carbonate (CaCO3) acting as the reinforcing filler and antioxidant. The organic antioxidants with phenolic group used to modify CaCO3 surface were salicylic acid, 2,4-dihydroxybenzoic acid and gallic acid. The results from thermal gravimetric analysis (TGA) showed that the amount of gallate ion coated on CaCO3 surface by using the method of increasing calcium ion was about 40% by weight. However, the amount of antioxidant coated on CaCO3 surface by using salicylic acid and 2,4-dihydroxybenzoic acid was about 1-2% by weight. The antioxidant property of CaCO3 modified by gallic acid was examined by DPPH method and the results indicated that modified CaCO3 showed the antioxidant property. From the mechanical properties of natural rubber vulcanizates (in both sulfur and peroxide systems) filled with modified CaCO3, the reinforcement was enhanced with increasing filler loading levels. Hardness and tear resistance of composite materials was also improved. Additionally, modified CaCO3 showed a role of resistance to ozone in NR vulcanizate and the ozone resistance of NR vulcanizate filled with modified CaCO3 was enhanced compared with NR vulcanizate filled with CaCO3 including the antioxidant usually used in the industry

บรรณานุกรม :
ศิริลักษณ์ พุ่มประดับ . (2554). การปรับปรุงความต้านทานการเสื่อมสภาพและสมบัติเชิงกลของยางธรรมชาติโดยแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปร.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศิริลักษณ์ พุ่มประดับ . 2554. "การปรับปรุงความต้านทานการเสื่อมสภาพและสมบัติเชิงกลของยางธรรมชาติโดยแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปร".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศิริลักษณ์ พุ่มประดับ . "การปรับปรุงความต้านทานการเสื่อมสภาพและสมบัติเชิงกลของยางธรรมชาติโดยแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปร."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
ศิริลักษณ์ พุ่มประดับ . การปรับปรุงความต้านทานการเสื่อมสภาพและสมบัติเชิงกลของยางธรรมชาติโดยแคลเซียมคาร์บอเนตดัดแปร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.