ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาแผ่นกรองอนุภาคชนิดประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดจุลินทรีย์ในอากาศของโรงพยาบาลด้วยนาโนเทคโนโลยี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาแผ่นกรองอนุภาคชนิดประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดจุลินทรีย์ในอากาศของโรงพยาบาลด้วยนาโนเทคโนโลยี
นักวิจัย : ภารดี ช่วยบำรุง
คำค้น : Bioaerosol , disinfection , photocatalytic oxidation , photolysis , การพัฒนาแผ่นกรองอนุภาคชนิดประสิทธิภาพสูง , กำจัดจุลินทรีย์ในอากาศ , นาโนเทคโนโลยี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080123 , http://research.trf.or.th/node/2924
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้เป็นการประยุกต์ใช้ปฏิกิริยาโฟโตคะตะไลสิสกับแผ่นกรองอากาศชนิดประสิทธิภาพสูง เพื่อผลในการกำจัดจุลินทรีย์ที่มาเกาะติดบนแผ่นกรองในระหว่างที่มีการกรองอากาศ ไม่ให้มีโอกาสแพร่กระจายออกจากแผ่นกรองนั้นไปปนเปื้อนอากาศที่ผ่านการกรองแล้ว ปฏิกิริยาดังกล่าวมาจากการเคลือบแผ่นกรองด้วย TiO2 ในปริมาณ 3140± 67 mg/m2 แล้วฉายด้วยแสงอัลตราไวโอเล็ตชนิด A ความเข้มแสง 4.85±0.09 mW/cm2 เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ทดสอบได้แก่ Staphylococcus epidermidis, Bacillus subtilis, Aspergillus niger และ Penicillium citrinum ทดลองในสภาพความชื้นสัมพัทธ์ 45±5% และ 75±5% และในสภาวะที่มีสารอินทรีย์ระเหยง่ายโทลู-อีนความเข้มข้น 100 ppm และไซลีนความเข้มข้น 50 ppm อยู่ร่วมด้วย ผลการศึกษาพบว่า ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 45±5% ปฏิกิริยาโฟโตคะตะไลสิสสามารถกำจัด S. epidermidis ได้ 100% ภายในเวลา 2 ชั่วโมง กำจัด B. subtilis ได้ 87% กำจัด A. niger ได้ 77% และ P. citrinum ได้ 83% เมื่อใช้เวลาการฉายแสงนาน 10 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะที่ไม่มีการฉายแสงในระยะเวลาเท่าๆกัน พบว่า S. epidermidis ถูกกำจัดได้เพียง 39% B. subtilis ถูกกำจัดได้ 24% ขณะที่ A. niger และ P. citrinium ถูกกำจัดได้เท่าๆกัน คือ 12% เมื่อเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์เป็น 75±5% ปฏิกิริยาโฟโตคะตะไลสิสสามารถกำจัด S. epidermidis, B. subtilis, A. niger และ P. Citrinum ได้ 89%, 44%, 22% และ 42% ตามลำดับจากการฉายแสงนานเท่าเดิม ในส่วนของการมีสารอินทรีย์ระเหยง่ายอยู่ร่วมด้วย โทลูอีนหรือไซลีนอย่างใดอย่างหนึ่งมีผลทำให้ความสามารถในการกำจัดจุลินทรีย์บนแผ่นกรองอากาศลดลงแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เฉพาะกรณีที่มีทั้งโทลูอีนและไซลีนอยู่ร่วมด้วยเท่านั้น จึงมีผลให้ความสามารถในการกำจัด B. subtilis ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (กำจัดลดลง 10-31%) ขณะที่จุลินทรีย์ชนิดอื่น แม้ว่าจะพบการกำจัดที่ลดลง แต่ก็ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน นอกจากนี้ การศึกษานี้ยังได้นำแผ่นกรองโฟโตคะตะลิสต์ไปใช้กับเครื่องฟอกอากาศเพื่อทดสอบการกำจัดแบคทีเรียรวมในอากาศของโรงพยาบาล เปรียบเทียบจำนวนของแบคทีเรียที่พบก่อนเปิดเครื่องฟอกอากาศ ระหว่างเปิดเครื่องฟอกอากาศ และหลังจากที่ปิดเครื่องฟอกอากาศไปแล้ว พบว่า ทันทีที่เปิดเครื่องฟอกอากาศ จำนวนแบคทีเรียรวมในอากาศลดลงได้สูงสุดถึง 78% ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากเครื่องฟอกอากาศและสภาพแวดล้อมของแต่ละสถานที่ และทันทีที่ปิดเครื่องฟอกอากาศ จำนวนแบคทีเรียนั้นก็กลับมาเพิ่มจำนวนขึ้นจนใกล้เคียงกับของเดิม This study applied photocatalytic oxidation reactions to the high efficiency particulate air filter in order to disinfect microorganisms attached on the filter during infiltration. Microorganisms retained inside the filter, consequently, could not proliferate nor dissipate to the clean-filtered air. Photocatalysis occurs when the filter was coated with TiO2 loading of 3140± 67 mg/m2 and irradiated with ultraviolet-A, intensity of 4.85±0.09 mW/cm2. Microorganisms used were Staphylococcus epidermidis, Bacillus subtilis, Aspergillus niger, and Penicillium citrinum. The tests were performed when relative humidity was adjusted to 45±5% or 75±5%, and 100 ppm toluene or 50 ppm xylene was added, as well as the mixtures of them were added. The results showed that at humidity of 45±5%RH, photocatalysis could disinfect 100% of S. Epidermidis within 2 hrs, while it could disinfect 87% of B. subtilis, 77% of A. niger, and 83% of P. citrinum for irradiation time of 10 hrs. In the condition of no UV-A irradiation, the disinfections were 39%, 24%, 12%, and 12% for S. epidermidis, B. subtilis, A. niger, and P. citrinum, respectively. When humidity was increased to 75±5%RH, photocatalysis disinfections were reduced to 89%, 44%, 22%, and 42% for S. epidermidis, B. subtilis, A. niger, and P. citrinum, respectively. In terms of interferences from toluene and xylene, it was found that either toluene or xylene could not significantly reduce the capability of photocatalysis disinfections. Only a mixture of toluene and xylene could significantly reduce B. subtilis for 10-31%, while other microorganisms were not significantly affected. Moreover, this study had applied a photocatalytic filter to an air purifier and conducted its performance test in a hospital air. It revealed that after the air purifier was turned on, the total bacteria concentrations were immediately reduced (up to 78%) from the original concentration before the instrument was on. The quantity of reduction depended on the distance from the air purifier and environments in each place. Likewise, as soon as the air purifier was turned off, the total bacteria concentrations were increased to be close to the original numbers

บรรณานุกรม :
ภารดี ช่วยบำรุง . (2553). การพัฒนาแผ่นกรองอนุภาคชนิดประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดจุลินทรีย์ในอากาศของโรงพยาบาลด้วยนาโนเทคโนโลยี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ภารดี ช่วยบำรุง . 2553. "การพัฒนาแผ่นกรองอนุภาคชนิดประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดจุลินทรีย์ในอากาศของโรงพยาบาลด้วยนาโนเทคโนโลยี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ภารดี ช่วยบำรุง . "การพัฒนาแผ่นกรองอนุภาคชนิดประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดจุลินทรีย์ในอากาศของโรงพยาบาลด้วยนาโนเทคโนโลยี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
ภารดี ช่วยบำรุง . การพัฒนาแผ่นกรองอนุภาคชนิดประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดจุลินทรีย์ในอากาศของโรงพยาบาลด้วยนาโนเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.