ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินผลการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ศูนย์สุขภาพชุมชนอุตรดิตถ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินผลการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ศูนย์สุขภาพชุมชนอุตรดิตถ์
นักวิจัย : สุภาภรณ์ เจตะบุตร
คำค้น : ศูนย์สุขภาพชุมชน (อุตรดิตถ์) , การบริบาลทางเภสัชกรรม -- การประเมิน , ความดันเลือดสูง -- ผู้ป่วย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สาริณีย์ กฤติยานันต์ , รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741730098 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10450
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

การวิจัยเชิงทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ศูนย์สุขภาพชุมชนอุตรดิตถ์ ใน 3 ด้าน ได้แก่ ปัญหาจากการรักษาด้วยยา ความร่วมมือในการรักษา และผลทางคลินิกของผู้ป่วย แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มศึกษา โดยวิธีจับคู่ตามเพศและช่วงอายุได้ 40 คู่ หลังจากการประเมินครั้งแรกผู้ป่วยกลุ่มศึกษาจะได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรมที่ศูนย์สุขภาพชุมชนและที่บ้าน ส่วนผู้ป่วยกลุ่มควบคุมจะได้รับการบริการตามปกติที่ศูนย์ สุขภาพชุมขน หลังจากนั้น 2 เดือนจึงประเมินผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มอีกครั้ง ผลการวิจัยพบว่าจำนวนปัญหาจากการรักษาด้วยยาในกลุ่มศึกษาลดลงร้อยละ 56.7 (จาก 120 เหลือ 52 ปัญหา) และในกลุ่มควบคุมลดลงร้อยละ 17.6 (จาก 91 เหลือ 75 ปัญหา) ปัญหาความไม่ร่วมมือในการรักษาของกลุ่มศึกษาลดลงร้อยละ 43.6 (จาก 55 เหลือ 31 ปัญหา) และในกลุ่มควบคุมลดลงร้อยละ 13.0 (จาก 46 เหลือ 40 ปัญหา) ความดันโลหิตซีสโทลิก/ไดแอสโทลิกในกลุ่มศึกษาลดลงจาก 139.2 +- 3.1/80.2 +- 1.4 เป็น 131.0 +- 2.8/78.0 +- 1.2 มิลลิเมตรปรอท และกลุ่มควบคุมลดลงจาก 137.5 +- 3.0/81.2 +- 1.5 เป็น 134.0 +- 2.6/77.2 +- 1.5 มิลลิเมตรปรอท เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของจำนวนปัญหาจากการรักษาด้วยยา และจำนวนปัญหาความไม่ร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.000 และ p=0.003 ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบความดันซีสโทลิกและไดแอสโทลิกของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม พบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.292 และ p=0.631 ตามลำดับ) แสดงว่าการบริบาลทางเภสัชกรรมสามารถลดจำนวนปัญหาจากการรักษาด้วยยา และจำนวนปัญหาความไม่ร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วย ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมความดันโลหิต ดังนั้นจึงควรมีการดำเนินงานบริบาลทางเภสัชกรรมที่ศูนย์สุขภาพชุมชนและที่บ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการรักษาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงต่อไป

บรรณานุกรม :
สุภาภรณ์ เจตะบุตร . (2545). การประเมินผลการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ศูนย์สุขภาพชุมชนอุตรดิตถ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภาภรณ์ เจตะบุตร . 2545. "การประเมินผลการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ศูนย์สุขภาพชุมชนอุตรดิตถ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภาภรณ์ เจตะบุตร . "การประเมินผลการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ศูนย์สุขภาพชุมชนอุตรดิตถ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
สุภาภรณ์ เจตะบุตร . การประเมินผลการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ศูนย์สุขภาพชุมชนอุตรดิตถ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.