ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการดูแลสุขภาพ ประชาชน ภายใต้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดสระแก้ว

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการดูแลสุขภาพ ประชาชน ภายใต้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดสระแก้ว
นักวิจัย : นันทิยา พิมแพง
คำค้น : โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า , สาธารณสุข -- ไทย -- สระแก้ว , การส่งเสริมสุขภาพ , ประกันสุขภาพ , อนามัยครอบครัว
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : บดี ธนะมั่น , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741726279 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11672
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

เป้าหมายของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือการสร้างหลักประกันให้ประชาชนสามารถเข้าถึง บริการทางด้านสุขภาพตามความจำเป็น การบริการปฐมภูมิเป็นกิจกรรมหนึ่งของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งเน้นการดูแลสุขภาพตนเอง บุคคล ครอบครัว และชุมชน ดังนั้นการมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำ ครอบครัว จึงเป็นตัวเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน กับบริการสาธารณสุขของรัฐ การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำ ครอบครัวในการดูแลสุขภาพประชาชน ในด้านการศึกษาชุมชน การวางแผน การดำเนินกิจกรรม และการประเมินผล โดยเก็บข้อมูลระหว่าง ธันวาคม 2545 - กุมภาพันธ์ 2546 กลุ่มตัวอย่างเป็นแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวของ จังหวัดสระแก้ว สุ่มโดยวิธี Multistage Sampling จำนวน 900 คน ตอบกลับจำนวน 806 คน(ร้อยละ 89.6) วิเคราะห์ ข้อมูลด้วยสถิติ Unpaired t-test และ One- way ANOVA ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชาย(ร้อยละ 53.7) อายุ 41-60 ปี(ร้อยละ 42.3) สถานภาพสมรสคู่ (ร้อยละ 82.5) อาชีพเกษตรกรรม(ร้อยละ 67.9) การศึกษาระดับประถมศึกษา(ร้อยละ 79.4) รายได้ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน(ร้อยละ 83.9) ระยะเวลาเป็นแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว 3 ปี(ร้อยละ 84.9) เป็นแกนนำสุขภาพ ประจำครอบครัวอย่างเดียว(ร้อยละ 47.3) มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง(คะแนนเฉลี่ย 2.54) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่ามีส่วนร่วมด้านการดำเนินกิจกรรมมากที่สุด(คะแนนเฉลี่ย 2.59) น้อยที่สุดด้านการวางแผน (คะแนนเฉลี่ย 2.33 ) เพศ สถานภาพสมรสที่แตกต่างกัน มีส่วนร่วมด้านการดำเนินกิจกรรม การศึกษาชุมชน และ การวางแผน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ( p<0.01 ) อายุที่แตกต่างกันมีส่วนร่วมด้านการวางแผน และด้าน การดำเนินกิจกรรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ( p<0.05 ) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการมีส่วนร่วม ของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวที่มีบทบาทเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแกนนำสุขภาพประจำ ครอบครัวที่ไม่มีบทบาทเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พบว่า มีส่วนร่วมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ(p<0.001) โดยที่แกนนำสุขภาพประจำครอบครัวที่มีบทบาทเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านมีคะแนน เฉลี่ยสูงกว่าแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวที่ไม่มีบทบาทเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทุกด้าน ผลการศึกษาครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการพัฒนางานสาธารณสุขมูลฐานของศูนย์สุขภาพชุมชน เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการอบรม พัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ปรับเปลี่ยนกลวิธีในการ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในด้านการศึกษาชุมชน การวางแผน การดำเนินกิจกรรม และการติดตามประเมินผล เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการดูแลสุขภาพ

บรรณานุกรม :
นันทิยา พิมแพง . (2545). การมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการดูแลสุขภาพ ประชาชน ภายใต้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดสระแก้ว.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทิยา พิมแพง . 2545. "การมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการดูแลสุขภาพ ประชาชน ภายใต้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดสระแก้ว".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทิยา พิมแพง . "การมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการดูแลสุขภาพ ประชาชน ภายใต้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดสระแก้ว."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
นันทิยา พิมแพง . การมีส่วนร่วมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการดูแลสุขภาพ ประชาชน ภายใต้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดสระแก้ว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.