ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แพลงก์ตอนสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยเน้นกุ้งและปูวัยอ่อน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แพลงก์ตอนสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยเน้นกุ้งและปูวัยอ่อน
นักวิจัย : ศิริลักษณ์ ช่วยพนัง
คำค้น : ป่าชายเลน , แพลงค์ตอนสัตว์ , สิเกา (ตรัง) , ปู , กุ้ง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อัจฉราภรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์ , สุรพล สุดารา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : 9743323538 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10187
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541

ศึกษากลุ่มประชากรแพลงก์ตอนสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยเน้นศึกษากลุ่มกุ้งและปูวัยอ่อนละเอียดลงไปกว่าแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มอื่น โดยเก็บตัวอย่างทุกๆ 2 เดือน เป็นเวลา 1 ปี ในระหว่างเดือนพฤษภาคม 2539 ถึง เดือนพฤษภาคม 2540 ใช้ถุงลากแพลงก์ตอนสัตว์ขนาดตา 103 ไมครอน ลากตามแนวระดับในขณะน้ำกำลังขึ้นและขณะน้ำขึ้นสูงสุด พบแพลงก์ตอนสัตว์ทั้งหมด 42 กลุ่ม จาก 15 ไฟลัม มีความหนาแน่นเฉลี่ยอยู่ในช่วง (1.02x(10x10x10x10x10x10))-(3.95x(10x10x10x10x10x10)) ตัวต่อน้ำ 100 ลบ.ม. โดยมี copepod เป็นแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มเด่น มีความหนาแน่นคิดเป็นร้อยละ 55.87-87.55 ของปริมาณแพลงก์ตอนสัตว์ทั้งหมดที่พบในแต่ละเดือน แพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มเด่นที่พบรองลงมาและมีความสำคัญในระบบนิเวศป่าชายเลน เช่น ตัวอ่อนระยะ nauplius ของ crustacean, ตัวอ่อนหอยฝาเดียว, ตัวอ่อนหอยสองฝา, larvacea และ sergestidae ซึ่งมีปริมาณในแต่ละกลุ่มน้อยกว่าร้อยละ 20 ของปริมาณแพลงก์ตอนสัตว์ทั้งหมดที่พบในแต่ละเดือน แพลงก์ตอนสัตว์ที่พบในบริเวณนี้มีบทบาทที่หลากหลาย พบทั้งที่เป็นพวกกินพืช เช่น copepod และ Lucifer, พวกกินสัตว์ เช่น chaetognath และพวกที่กินทั้งพืชและสัตว์ เช่น larvacea ทำให้มีรูปแบบของการถ่ายทอดพลังงานและสารอาหารในห่วงโซ่อาหารหลายแบบ แต่แพลงก์ตอนสัตว์ส่วนใหญ่มีบทบาทหลัก คือ เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์น้ำชนิดอื่น และมีบทบาทในการ recruitment ของสัตว์ผิวน้ำและสัตว์ทะเลหน้าดิน กุ้งวัยอ่อนที่พบจากการศึกษาในครั้งนี้มีทั้งหมด 16 ชนิด จาก 5 ครอบครัว มีความหนาแน่นเฉลี่ยอยู่ในช่วง 42-2,401 ตัวต่อน้ำ 100 ลบ.ม. โดยมีครอบครัวเด่น คือ ครอบครัว Alpheidae (กุ้งดีดขัน) รองลงมาได้แก่ ครอบครัว Hippolytidae และครอบครัว Palaemonidae มีความหนาแน่นในแต่ละครอบครัวอยู่ในช่วงร้อยละ 29-37 ของปริมาณกุ้งวัยอ่อนทั้งหมด ส่วนครอบครัว Penaeidae ซึ่งเป็นครอบครัวของกุ้งทะเล และครอบครัว Processidae พบในปริมาณน้อยมาก สำหรับปูวัยอ่อนพบทั้งสิ้น 41 ชนิด จาก 12 ครอบครัว มีความหนาแน่นเฉลี่ยอยู่ในช่วง 543-27,906 ตัวต่อน้ำ 100 ลบ.ม. โดยมีครอบครัวเด่น ได้แก่ ครอบครัว Grapsidae (ปูแสม) รองลงไป คือ ครอบครัว Ocypodidae (ปูก้ามดาบ) และครอบครัว Xanthidae (ปูใบ้) มีความหนาแน่นในแต่ละครอบครัวอยู่ในช่วงร้อยละ 25-35 ของปริมาณปูวัยอ่อนทั้งหมด การพบกุ้งและปูวัยอ่อนเหล่านี้โดยเฉพาะครอบครัวกุ้งดีดขัน ปูแสม และปูก้ามดาบ นอกจากจะเป็นอาหารที่สำคัญของปลาและสัตว์น้ำชนิดต่างๆ แล้วยังแสดงให้เห็นถึง recruitment ของกลุ่มสัตว์ทะเลหน้าดินในบริเวณนี้ด้วย การกระจายของแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่ม copepod มีแนวโน้มหนาแน่นในบริเวณป่าชายเลนตอนในมากกว่าในบริเวณป่าชายเลนตอนนอก ในขณะที่การกระจายของแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มรองลงมากลุ่มอื่นๆ เช่น ตัวอ่อนหอย, larvacea, foraminifera, ตัวอ่อนเพรียง และ aergestidae พบว่ามีแนวโน้มในทางตรงกันข้าม โดยความเค็มของน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวจำกัดความหนาแน่นและการกระจายของแพลงก์ตอนสัตว์ในป่าชายเลนบริเวณนี้ ปัจจัยที่มีอิทธิพลรองลงมา ได้แก่ ปริมาณแพลงก์ตอนพืช ผลจากการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติสูงบริเวณหนึ่ง

บรรณานุกรม :
ศิริลักษณ์ ช่วยพนัง . (2541). แพลงก์ตอนสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยเน้นกุ้งและปูวัยอ่อน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริลักษณ์ ช่วยพนัง . 2541. "แพลงก์ตอนสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยเน้นกุ้งและปูวัยอ่อน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริลักษณ์ ช่วยพนัง . "แพลงก์ตอนสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยเน้นกุ้งและปูวัยอ่อน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print.
ศิริลักษณ์ ช่วยพนัง . แพลงก์ตอนสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยเน้นกุ้งและปูวัยอ่อน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.