ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตอบสนองทางสรีรวิทยาของหอยเจาะปะการังต่อการเปลี่ยนแปลง ปริมาณตะกอนแขวนลอย ความเค็ม และปริมาณทองแดง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตอบสนองทางสรีรวิทยาของหอยเจาะปะการังต่อการเปลี่ยนแปลง ปริมาณตะกอนแขวนลอย ความเค็ม และปริมาณทองแดง
นักวิจัย : ปิยวรรณ ไหมละเอียด
คำค้น : หอยเจาะปะการัง , ตะกอนแขวนลอย , ความเค็ม , ทองแดง , นิเวศวิทยาชายฝั่ง , เกาะค้างคาว (ชลบุรี) , เกาะสีชัง (ชลบุรี)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ , ณิฏฐารัตน์ ปภาวสิทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : 9746364936 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10175
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539

การศึกษาการตอบสนองทางสรีรวิทยาของหอยเจาะปะการัง 3 ชนิด ต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณตะกอนแขวนลอย ความเค็มและปริมาณทองแดง หอยเจาะปะการัง 3 ชนิด ที่ทำการศึกษาได้แก่ Lithophaga malaccana Spengleria mytiloides และ Gastrochaena cuneiformis การศึกษาได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ นิเวศวิทยา ชีววิทยา และสรีรวิทยา ในส่วนของนิเวศวิทยาได้ทำการศึกษาจำนวนการกระจาย และแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยเจาะปะการังที่พบโดยการนับจำนวนรูจากสถานีศึกษา 3 สถานีรอบเกาะค้างคาว พบจำนวนเฉลี่ยรวมของหอยเจาะปะการังทั้ง 3 ชนิดที่พบในสถานี A เท่ากับ 5 ตัว/ตารางเมตร สถานี C เท่ากับ 2 ตัว/ตารางเมตร และสถานี D เท่ากับ 1 ตัวต่อตารางเมตร หอยเจาะปะการังนี้พบในบริเวณแตกต่างกันคือ Lithophaga spp. พบในปะการังมีชีวิตหลายชนิดและปะการังตายส่วน S. mytiloides และ G. cuneiformis นั้นพบได้เฉพาะในปะการังตายหรือในส่วนที่ตายของปะการังมีชีวิต การศึกษาในส่วนของชีววิทยาของหอยเจาะปะการังโดยเฉพาะการศึกษาสัณฐานวิทยาแสดงให้เห็นว่าที่ขนาดของความยาวเปลือกเท่ากันนั้น L. malaccana จะมีน้ำหนักมากที่สุด รองลงมาคือ G. cuneifomis และ S. mytiloides ในการหาอัตราส่วนเพศของหอยเจาะปะการังพบว่าอัตราส่วนระหว่างตัวผู้ต่อตัวเมียมีค่าใกล้เคียง 1 ต่อ 1 หอยทั้ง 3 ชนิดมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของค่า BCI (Body Condition Index) ในระยะเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงกรกฎาคมต่างกันกล่าวคือ L.malaccana ค่า BCI มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนค่า BCI ของ S. mytiloides ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตลอดระยะเวลา และ G. cuneiformis ค่า cuneiformis ค่า BCI มีแนวโน้มว่าจะลดลง ในส่วนของการศึกษาทางสรีรวิทยานั้นหอยเจาะปะการังทั้ง 3 ชนิดมีการตอบสนองต่อปริมาณตะกอนแขวนลอยเป็น 2 ลักษณะคือมีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นและมีอัตราการกรองลดลงใน G. cuneiformis และ S. mytiloides ส่วน L. malaccana มีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นแต่อัตราการกรองไม่เปลี่ยนแปลงในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงความเค็ม 3 ระดับคือ 16 ppt. 24 ppt. และ 32 ppt. นั้น พบว่าที่ความเค็มต่ำจะทำให้ค่าขอบเขตการเติบโตของ L. malaccana และ s. mytiloides ลดต่ำลงมากกว่าที่ความเค็มสูง ในการตอบสนองต่อสารละลายทองแดงที่ความเข้มข้นต่างๆ กัน คือ 0 ไมโครกรัม/ลิตร 10 ไมโครกรัม/ลิตร และ 20 ไมโครกรัม/ลิตร ผลการศึกษาพบว่า ที่ความเข้มข้น 10 ไมโครกรัม/ลิตร มีค่าขอบเขตการเติบโตของหอยเจาะปะการังทั้ง 3 ชนิดสูงสุด ผลการตอบสนองของการเปลี่ยนแปลงความเค็มร่วมกับความเข้มข้นของสารละลายทองแดงพบว่าผลร่วมของการลดความเค็มและการเพิ่มความเข้มข้นของทองแดงจะมีลักษณะเสริมกัน โดยที่ระดับความเข้มข้น 20 ไมโครกรัม/ลิตร และความเค็ม 16 ppt. ทำให้ค่าขอบเขตการเติบโตของ L. malaccana และ S. mytiloides ลดลงต่ำที่สุด เมื่อความเค็มเพิ่มขึ้นค่าขอบเขตการเติบโตก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนค่าขอบเขตการเติบโตใน G. cunelforris มีค่าเป็นลบในทุกชุดของการทดลองในส่วนการศึกษาทางสรีรวิทยาแสดงว่าหอยชนิดนี้มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมมากที่สุด จากผลการศึกษานี้การที่หอยเจาะปะการังมีการตอบสนองทางสรีรวิทยาต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมต่างกันนั้น คือ L. malaccana มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมมากที่สุดขณะที่ G. cuneiformis มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาทางนิเวศวิทยา คือ L. malaccana พบเป็นจำนวนมากได้ในปะการังมีชีวิตและปะการังตาย แต่ G. cuneiformis พบเฉพาะในปะการังตายหรือส่วนที่ตายของปะการังนั้น ด้วยข้อแตกต่างของการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันนี้เองอาจนำไปพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของแนวปะการังได้ดังนี้ คือ G. cuneiformis นั้นเหมาะสมที่จะใช้ในการพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงในแนวปะการังที่เดียวกันแต่ระยะเวลาต่างกัน เนื่องจากพบได้เฉพาะในปะการังตายโดยมีข้อแม้ว่าจำนวนของปะการังตายนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปน้อย ส่วน L. malaccana นั้นพบได้ทั้งในปะการังมีชีวิตและปะการังตาย จึงอาจนำไปพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงของแปลงของแนวปะการังต่างบริเวณในเวลาเดียวกันได้ โดยต้องนำผลการศึกษาทางสรีรวิทยามาประกอบในการพิจารณาด้วย

บรรณานุกรม :
ปิยวรรณ ไหมละเอียด . (2539). การตอบสนองทางสรีรวิทยาของหอยเจาะปะการังต่อการเปลี่ยนแปลง ปริมาณตะกอนแขวนลอย ความเค็ม และปริมาณทองแดง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยวรรณ ไหมละเอียด . 2539. "การตอบสนองทางสรีรวิทยาของหอยเจาะปะการังต่อการเปลี่ยนแปลง ปริมาณตะกอนแขวนลอย ความเค็ม และปริมาณทองแดง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยวรรณ ไหมละเอียด . "การตอบสนองทางสรีรวิทยาของหอยเจาะปะการังต่อการเปลี่ยนแปลง ปริมาณตะกอนแขวนลอย ความเค็ม และปริมาณทองแดง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print.
ปิยวรรณ ไหมละเอียด . การตอบสนองทางสรีรวิทยาของหอยเจาะปะการังต่อการเปลี่ยนแปลง ปริมาณตะกอนแขวนลอย ความเค็ม และปริมาณทองแดง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.