ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การควบคุมประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิวัติ รัฐประหารมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การควบคุมประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิวัติ รัฐประหารมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม
นักวิจัย : พิสิฐ ธรรมกุล
คำค้น : ปฏิวัติ -- ไทย , รัฐประหาร -- ไทย , รัฐธรรมนูญ , ประกาศคณะปฏิวัติ , คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ , ศาล
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นันทวัฒน์ บรมานันท์ , จรัญ ภักดีธนากุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746378767 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10695
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

ศึกษาค่าบังคับทางกฎหมายของประกาศคณะปฏิวัติ รวมถึงศึกษาองค์กรที่ใช้อำนาจตรวจสอบกฎหมายมิให้ขัด รัฐธรรมนูญของไทยในอดีตที่มีมากกว่าหนึ่งองค์กร ซึ่งมักจะมีการใช้อำนาจตรวจสอบดังกล่าวที่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อมีการปฏิวัติล้มล้างรัฐธรรมนูญ และเป็นเหตุให้องค์กรที่ใช้อำนาจตรวจสอบกฎหมายนั้น ต้องสิ้นสภาพไปตามรัฐธรรมนูญด้วย ฉะนั้นกรณีนี้จึงมีปัญหาต้องพิจารณาถึง การใช้อำนาจขององค์กรทั้งหลายว่า สมควรจะให้องค์กรใดเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบถึงความชอบ ของประกาศคณะปฏิวัติว่าประกาศคณะปฏิวัติฉบับใด สมควรจะมีค่าบังคับเป็นกฎหมาย ซึ่งเมื่อได้ศึกษาถึงแนวคำวินิจฉัยของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรมของไทยในอดีต รวมทั้งจากที่ได้ศึกษารูปแบบ และคำวินิจฉัยขององค์กรที่ใช้อำนาจตรวจสอบกฎหมาย มิให้ขัดรัฐธรรมนูญในนานาอารยประเทศพบว่า ในนานาอารยประเทศ องค์กรที่จะมาทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบของกฎหมาย และประกาศคณะปฏิวัติ มิให้ขัดรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องเป็นองค์กรที่สามารถใช้อำนาจได้อย่างถาวรและต่อเนื่อง และจะมีการตรวจสอบได้เฉพาะเมื่อประกาศของคณะปฏิวัติ มีค่าบังคับเป็นกฎหมายโดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้เพราะการที่จะพิจารณาว่ากรรมวิธีหรือที่มาของ การออกประกาศคณะปฏิวัติฉบับใดจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ย่อมต่างกับการพิจารณาว่าประกาศคณะปฏิวัติ จะมีเนื้อหาสาระชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งการพิจารณาถึงเนื้อหาของประกาศคณะปฏิวัติ ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญและมีค่าบังคับเป็นกฎหมายเทียบได้กับ กฎหมายลำดับใดนั้น ต้องพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของการออกประกาศคณะปฏิวัติฉบับนั้นด้วยว่า มีเจตนารมณ์และจุดประสงค์ที่ต้องการจะให้มีผลบังคับเป็นกฎหมาย ในขณะที่หลักเกณฑ์การพิจารณาถึงกรรมวิธี หรือที่มาของการออกประกาศดังกล่าวต้องพิจารณา ถึงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้อำนาจไว้ด้วย อันเป็นการพิจารณาขั้นตอนแรกก่อนที่จะไปพิจารณาถึง เนื้อหาสาระของประกาศคณะปฏิวัติฉบับนั้น แม้ว่ากรรมวิธีหรือที่มาของกฎหมายใดจะมีที่มาโดยมิชอบ ก็หาได้มีความหมายว่า กฎหมายหรือประกาศคณะปฏิวัติฉบับนั้นจะมีเนื้อหาที่ไม่ชอบ และไม่มีผลบังคับไปด้วยแต่อย่างใด ดังนั้น จึงได้ข้อสรุปว่า เมื่อมีประเด็นปัญหาที่ต้องตรวจสอบถึงความชอบด้วยกฎหมาย มิให้ขัดรัฐธรรมนูญของไทยไม่ว่ากฎหมายนั้นจะมีที่มาหรือกรรมวิธีเช่นใด กระบวนการตรวจสอบความชอบของกฎหมาย มิให้ขัดรัฐธรรมนูญย่อมต้องมีรูปแบบ และกระบวนการที่เป็นเอกเทศแยกต่างหากจากกระบวนการตรวจสอบในทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง เว้นแต่เมื่อมีการปฏิวัติและในระหว่างที่มีการปฏิวัตินั้นจะไม่มีองค์กรที่สามารถตรวจสอบได้ จึงจะให้เป็นอำนาจหน้าที่ของศาลยุติธรรมในฐานะที่เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการและเป็นองค์กรที่สามารถใช้อำนาจได้อย่างถาวรและต่อเนื่องเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบ

บรรณานุกรม :
พิสิฐ ธรรมกุล . (2540). การควบคุมประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิวัติ รัฐประหารมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิสิฐ ธรรมกุล . 2540. "การควบคุมประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิวัติ รัฐประหารมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิสิฐ ธรรมกุล . "การควบคุมประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิวัติ รัฐประหารมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
พิสิฐ ธรรมกุล . การควบคุมประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิวัติ รัฐประหารมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญและศาลยุติธรรม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.