ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้สแตติน-ไฟเบรทร่วมกันในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้สแตติน-ไฟเบรทร่วมกันในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
นักวิจัย : พิมลพันธุ์ ชินประเสริฐสุข
คำค้น : สแตติน , ไฟเบรท , ภาวะไขมีนในเลือดสูง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ประภาพักตร์ ศิลปโชติ , เฉลิมชาติ วรรณพฤกษ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743347194 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9871
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยากลุ่ม statin ร่วมกับยากลุ่ม fibrate ในผู้ป่วยที่มีระดับไขมันในเลือดสูง โดยประสิทธิผลศึกษาถึงผลของการลดระดับไขมันในเลือด และจำนวนผู้ป่วยที่มีระดับไขมันเข้าเป้าหมายของการรักษาตามเกณฑ์ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ส่วนความปลอดภัยจะศึกษาถึงอัตราการเกิดการไม่พึงประสงค์ที่มีต่อความผิดปกติของกล้ามเนื้อ และการทำงานของตับ รูปแบบการศึกษาเป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนา โดยศึกษาข้อมูล ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการใช้ยากลุ่ม statin ร่วมกับยากลุ่ม fibrate จำนวน 105 ราย พบว่าก่อนที่กลุ่มตัวอย่างดังกล่าวจะได้รับการสั่งใช้ยาร่วมกันนี้ ผู้ป่วยในกลุ่มตัวอย่างมีการได้รับการสั่งใช้ยากลุ่ม statin หรือยากลุ่ม fibrate มาก่อน และมีผู้ป่วยส่วนน้อยที่ได้รับการสั่งใช้ยากลุ่ม statin ร่วมกับกลุ่ม fibrate ตั้งแต่แรก 1. ในกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการใช้ยากลุ่ม statin ก่อนจำนวน 40 ราย (ร้อยละ 38.09) พบว่ายากลุ่ม statin สามารถลดระดับ TC ได้ร้อยละ 7.46+-27.66 (p<0.05) และลดระดับ LDL-C ได้ร้อยละ 16.74+-37.29 (p<0.05) ระหว่างได้รับร่วมกับยากลุ่ม fibrate พบว่าระดับ TC ลดลงร้อยละ 1.59+-27.99 (p<0.2), LDL-C ลดลงร้อยละ 2.46+-58.8 (p<0.5), TG ลดลงร้อยละ 30.49+-42.78 (p<0.005) และระดับ HDL-C เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.35+-24.21 (p<0.01) 2. ในกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการใช้ยากลุ่ม fibrate ก่อนจำนวน 49 ราย (ร้อยละ 46.67) พบว่ายากลุ่ม fibrate สามารถลดระดับ TG ได้ร้อยละ 18.32+-40.99 (p<0.005) และเพิ่มระดับ HDL-C ได้ร้อยละ 9.24+-21.41 (p<0.025) ระหว่างได้รับร่วมกับยากลุ่ม statin พบว่าระดับ TC ลดลงร้อยละ 13.06+-20.87 (p<0.001), ระดับ LDL-C ลดลงร้อยละ 21.52+-21.66 (p<0.001), ระดับ TG ลดลงร้อยละ 0.91+-44.31 และเพิ่มระดับ HDL-C ร้อยละ 2.75+-17.45 อย่างไม่มีนัยสำคัญ 3. ในกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการใช้ยากลุ่ม statin ร่วมกับกลุ่ม fibrate ตั้งแต่แรกจำนวน 16 ราย (ร้อยละ 15.24) พบว่าระดับ TC ลดลงร้อยละ 17.27+-15.84 (p<0.005), ระดับ LDL-C ลดลงร้อยละ 25.24+-18.28 (p<0.025), ระดับ TG ลดลงร้อยละ 41.56+-34.30 (p<0.001) และระดับ HDL-C เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.24+-52.84 (p<0.1) จากการศึกษาพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยที่มีระดับ LDL-C เข้าเป้าหมาย 1 ใน 3 และมีระดับ TG เข้าเป้าหมาย 1 ใน 2 ในด้านความปลอดภัยไม่พบผู้ป่วยที่เกิด Myopathy และ Rhabdomyolysis และพบผู้ป่วยเพียง 1 ราย (ร้อยละ 0.95) ที่มีระดับ ALT>3 เท่าของค่าสูงสุดของค่าปกติ โดยไม่พบมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญกับกลุ่มที่ได้รับยากลุ่ม statin หรือ fibrate เดี่ยวๆ จากผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ยากลุ่ม statin ร่วมกับกลุ่ม fibrate มีประสิทธิผลดีและมีความปลอดภัยในการใช้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ยาทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวร่วมกันควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และมีการติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและเหมาะสม เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้ถึงเป้าหมายของการรักษาด้วยความปลอดภัย

บรรณานุกรม :
พิมลพันธุ์ ชินประเสริฐสุข . (2542). ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้สแตติน-ไฟเบรทร่วมกันในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมลพันธุ์ ชินประเสริฐสุข . 2542. "ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้สแตติน-ไฟเบรทร่วมกันในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมลพันธุ์ ชินประเสริฐสุข . "ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้สแตติน-ไฟเบรทร่วมกันในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
พิมลพันธุ์ ชินประเสริฐสุข . ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้สแตติน-ไฟเบรทร่วมกันในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.