ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง : ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง : ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)
นักวิจัย : ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต
คำค้น : คณะกรรมการการเลือกตั้ง , เครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง , การมีส่วนร่วมทางการเมือง , องค์กรพัฒนาเอกชน , การเลือกตั้ง -- การมีส่วนร่วมของประชาชน , การเลือกตั้ง -- ไทย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะรัฐศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9740306594 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9771
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ร.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

ศึกษาการให้ความหมายของการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง ตามทัศนะของเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้งหรือพีเน็ท กับทัศนะของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร ควบคู่กับการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยกำหนดขอบเขตของการศึกษาไว้ที่การเลือกตั้ง ที่พีเน็ทเข้าไปมีส่วนร่วมกับ คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดแรกของไทย ซึ่งมีสมมติฐานไว้ว่า สภาวะทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชน ในการเลือกตั้งมีที่มาจากปัญหาสองประการคือ ประการแรก พีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมแตกต่างกัน ในประเด็นเรื่องความเป็นอิสระ และประการที่สอง ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างพีเน็ท และคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นไปในทางปรปักษ์มากกว่าร่วมมือกัน ผลการศึกษาพบว่า สภาวะทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วม ขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง มีที่มาจากปัญหาสองประการดังนี้ คือ ประการแรก พีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมแตกต่างกัน โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความเป็นอิสระในด้านการบริหารกิจกรรม และด้านการใช้จ่ายการเงิน ในขณะที่ปัจจัยด้านการจัดโครงสร้างองค์กร ปัจจัยด้านผู้นำ และคุณภาพบุคลากร เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของพีเน็ท ในการมีส่วนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างอิสระ ส่วนปัญหาประการที่สองคือ ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างพีเน็ทและคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นไปในทางปรปักษ์มากกว่าร่วมมือกัน ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุสำคัญ 4 ประการคือ (1) การมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน (2) ลักษณะงานที่เป็นปรปักษ์ต่อกัน จึงต้องตรวจสอบซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่มีทั้งสองมิติคือ ความร่วมมือกัน และขณะเดียวกันกันก็ตรวจสอบไปด้วย หรือที่เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบคู่ขนาน (3) ปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลการทุจริตการเลือกตั้ง ของพีเน็ทที่ส่งประสานไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น ยังขาดน้ำหนักในสายตาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ (4) ทัศนคติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ไม่เอื้อต่อการทำงานของพีเน็ท โดยเฉพาะในเรื่องสถานภาพที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่า พีเน็ทเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกจ้าง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นคนว่าจ้างมาทำงาน นอกจากนั้น กล่าวได้ว่า การทำงานของพีเน็ท ถือว่าเป็นการเปลี่ยนประชาธิปไตยแบบตัวแทนมาสู่การเป็นประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และเป็นการเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย โดยการเน้นให้เห็นว่าการลงคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมายมากยิ่งขึ้น และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในฐานะผู้ใช้สิทธิ และในฐานะเป็นพลเมืองที่ช่วยสอดส่องสังเกตการณ์การเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม

บรรณานุกรม :
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . (2544). ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง : ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.).
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . 2544. "ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง : ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . "ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง : ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.)."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
ขจรศักดิ์ เสวกโกเมต . ทางสองแพร่งของการมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในการเลือกตั้ง : ศึกษากรณีเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (คป.กต.). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.