ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการพัฒนาที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการพัฒนาที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออก
นักวิจัย : พรสุดา เชี่ยวชาญพานิชย์
คำค้น : สินค้าเกษตร -- การส่งออก , เกษตรกรรม -- แง่เศรษฐกิจ -- ไทย (ภาคตะวันออก) , ผลไม้ -- ไทย (ภาคตะวันออก) -- การตลาด , ศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดารณี ถวิลพิพัฒน์กุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746374621 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9707
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

กำหนดที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออกจากพื้นที่ 55 อำเภอ 8 กิ่งอำเภอ ใน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง นครนายก จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยศึกษาแนวความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยการส่งออกสินค้าเกษตร ทฤษฎีฐานเศรษฐกิจ แนวคิดเกี่ยวกับจุดอ่อนของผลผลิตทางการเกษตร ทฤษฎีการเลือกที่ตั้งกิจกรรมทางการเกษตร การเลือกที่ตั้งเพื่อลดค่าขนส่ง การประหยัดจากการกระจุกตัว และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับศูนย์กลางการส่งออกผลไม้ เพื่อกำหนดเป็นปัจจัยที่จะนำมาใช้ในการวิเคราะห์ ที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายที่เหมาะสม ทั้งหมด 9 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านแหล่งผลิตผลไม้หรือวัตถุดิบ ปัจจัยด้านการคมนาคม ปัจจัยด้านตลาดกลางซื้อขายผลไม้ ปัจจัยด้านการบริการสื่อสารโทรคมนาคม ปัจจัยด้านการบริการสาธารณูปโภค ปัจจัยด้านการรวมกลุ่มสถาบันเกษตรกรพ่อค้าหรือผู้ส่งออก ปัจจัยด้านการบริการห้องเย็น บริการบรรจุหีบห่อ และบริการขนส่ง ปัจจัยด้านการบริการของรัฐ และปัจจัยด้านสถาบันการเงินการธนาคาร การวิเคราะห์เพื่อกำหนดที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ได้ใช้วิธีการต่างๆ คือ 1) การจัดลำดับความสำคัญของปัจจัย ใช้วิธีการทางสถิติ Average Percentage Weighting 2) การคำนวณค่ามาตรฐาน (Standard Score) เพื่อปรับฐานข้อมูล และ 3) การกำหนดที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่าย จากค่ามาตรฐานที่คำนวณได้ นำมาจำแนกอำเภอต่างๆ ออกเป็นกลุ่ม ประกอบกับการใช้มาตรฐาน และหลักเกณฑ์สำหรับศูนย์กลางและโครงข่ายแต่ละประเภท มาพิจารณาร่วมด้วย ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออกที่เหมาะสม มีดังนี้ "ศูนย์กลางการส่งออกผลไม้" ที่ให้บริการในลักษณะครบวงจร ควรจัดตั้ง 2 ศูนย์ คือ อำเภอท่าใหม่ กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการส่งออกผลไม้ประเภททุเรียน มังคุด และเงาะ อำเภอบางคล้า กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการส่งออกผลไม้ประเภท มะม่วง และส้มโอ "จุดส่งออก" ที่ให้บริการในลักษณะจุดบริการเคลื่อนที่ ควรจัดตั้งทั้งหมด 6 จุด คือ อำเภอเมืองระยอง อำเภอแกลง อำเภอขลุง อำเภอเมืองตราด อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอศรีราชา "ท่าส่งออก" ทางอากาศควรส่งออกที่สนามบินอู่ตะเภา ทางน้ำควรส่งออกที่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ ทางบกให้มีการบริการโดยภาคเอกชน ภายในศูนย์กลางการส่งออกผลไม้ และ "ศูนย์ประสานงานการส่งออก" ควรใช้หน่วยงานของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการผลิตและควบคุมศัตรูผักและผลไม้เพื่อการส่งออก อำเภอเมืองจันทบุรี และสำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ อำเภอศรีราชา ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานการส่งออก

บรรณานุกรม :
พรสุดา เชี่ยวชาญพานิชย์ . (2540). แนวทางการพัฒนาที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรสุดา เชี่ยวชาญพานิชย์ . 2540. "แนวทางการพัฒนาที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรสุดา เชี่ยวชาญพานิชย์ . "แนวทางการพัฒนาที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
พรสุดา เชี่ยวชาญพานิชย์ . แนวทางการพัฒนาที่ตั้งศูนย์กลางและโครงข่ายเพื่อการส่งออกผลไม้ ในภาคตะวันออก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.