ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต
นักวิจัย : ธนิดา บุตรคล้าย
คำค้น : นักศึกษา -- ทัศนคติ , การบริจาคโลหิต -- ไทย , ผู้บริจาคโลหิต
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : องอาจ วิพุธศิริ , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9741704453 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9780
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติต่อการบริจาคโลหิต พฤติกรรมเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยมี นิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาค จำนวน 8 แห่ง ใน 4 จังหวัด เป็นกลุ่มตัวอย่าง ที่สุ่มได้ตามหลักของความน่าจะเป็น จำนวน 2,511 คน มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,050 คน(ร้อยละ 81.6) เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ระหว่างเดือน ธันวาคม 2544 ถึง มีนาคม 2545 ผลการศึกษาพบว่า นิสิต นักศึกษา มีอายุเฉลี่ย 20.74 ปี อัตราส่วนเพศชาย:หญิง เท่ากับ 1:2.1 เป็นผู้ที่เคยบริจาคโลหิต ร้อยละ 31.6 ในรอบ 1 ที่ผ่านมา มีผู้ที่บริจาคโลหิต ร้อยละ 17.7 ทั้งนี้ พบว่า นิสิต นักศึกษาส่วนใหญ่(ร้อยละ 33.4) จะบริจาคโลหิตเพียงแค่ครั้งเดียวและในอนาคตจะบริจาคต่อไป ร้อยละ 78.5 ผู้ที่ไม่เคยบริจาคโลหิต ให้เหตุผลว่า กลัวเข็ม กลัวเจ็บ ร้อยละ 48.4 กลัวติดเชื้อโรค ร้อยละ 14.8 ในอนาคตมีผู้ที่ไม่แน่ใจว่าจะบริจาคโลหิตหรือไม่ ร้อยละ 53.2 นิสิต นักศึกษา มีค่าเฉลี่ยทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตต่ำที่สุด 3 ประการคือ การบริจาคโลหิต ทุก 3 เดือนบ่อยเกินไป การบริจาคโลหิตมีส่วนทำให้ติดเชื้อเอดส์ และ โลหิตที่ได้รับบริจาค ถ้าตรวจพบเชื้อโรคจะไม่สามารถนำไปใช้กับผู้ป่วยได้และทำให้สูญเสียงบประมาณในการตรวจ ด้านพฤติกรรมสี่ยง นิสิต นักศึกษา สูบบุหรี่ ร้อยละ 11.2 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 56.0 เคยเสพกัญชา ร้อยละ 4.8 ร้อยละ 21.6 เคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 58.1 เคยเจาะหูหรือเจาะตามร่างกาย ร้อยละ 4.0 เคยสักหรือลบรอยสัก ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.05)ในนิสิต นักศึกษากลุ่มที่บริจาคและไม่บริจาคโลหิต นอกจากนี้ ยังพบว่านิสิต นักศึกษา ให้ความสำคัญกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิตในมหาวิทยาลัย 3 ลำดับแรกคือ ควรมีการจัดรับบริจาคโลหิตในโอกาสพิเศษ การให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต และการให้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต จากผลการศึกษา จะเห็นว่า นิสิต นักศึกษา มีอัตราการบริจาคโลหิตลดลง นิสิต นักศึกษาส่วนหนึ่ง ได้รับทราบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่กล้าตัดสินใจบริจาคโลหิต

บรรณานุกรม :
ธนิดา บุตรคล้าย . (2544). ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนิดา บุตรคล้าย . 2544. "ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนิดา บุตรคล้าย . "ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
ธนิดา บุตรคล้าย . ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.