ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สภาพแวดล้อมในการทำงานและความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาล ในสถาบันสุขภาพจิตและโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก กรมสุขภาพจิต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สภาพแวดล้อมในการทำงานและความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาล ในสถาบันสุขภาพจิตและโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก กรมสุขภาพจิต
นักวิจัย : นันทยุทธ หะสิตะเวช
คำค้น : พยาบาล , ความเหนื่อยหน่าย (จิตวิทยา) , ความเครียด (จิตวิทยา)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : บดี ธนะมั่น , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741748965 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10907
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

ความเป็นมา การปฏิบัติงานมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อความเหนื่อยหน่ายในการปฏิบัติงานของพยาบาลเป็นผลให้การปฏิบัติงานไม่มีคุณภาพดีเท่าที่ควร วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาลความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานกับความเหนื่อยหน่ายของพยาบาล รูปแบบการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใด เวลาหนึ่ง ประชากรที่ศึกษา พยาบาลในสถาบันสุขภาพจิตและโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก สังกัดกรมสุขภาพจิตจำนวน 201 คน โดยไม่มีการสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลคุณลักษณะส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามสภาพแวดล้อมใน การทำงาน 3) แบบวัดความเหนื่อยหน่ายในการทำงาน การรวบรวมข้อมูล ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2546 ถึงเดือนมกราคม 2547 มีผู้ตอบกลับครบ 201 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การทดสอบไคสแควร์ ผลการศึกษา พยาบาลส่วนใหญ่เป็นพยาบาลวิชาชีพ ร้อยละ 72.6 เพศหญิงร้อยละ 88.6 มีสถานภาพสมรสคู่ร้อยละ 62.4 มีอายุเฉลี่ย 40.5 ปี ผลของการศึกษาพบว่า 1).ความเหนื่อยหน่ายของพยาบาลอยู่ในระดับต่ำทั้ง 3 ด้าน โดยพบว่าในด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ในระดับต่ำร้อยละ 67.2 ระดับปานกลางร้อยละ 19.4และระดับสูงร้อยละ 13.4 ในด้านการลดคุณค่าความเป็นบุคคลระดับต่ำร้อยละ 72.5 ระดับปานกลางร้อยละ 15.4และระดับสูงร้อยละ 12.3 ในด้านความรู้สึกถึงความไม่ประสบความสำเร็จระดับต่ำร้อยละ 59.7 ระดับปานกลางร้อยละ 28.4และระดับสูงร้อยละ 11.9 2). สภาพแวดล้อมด้านกายภาพมีความเหมาะสมใน การทำงานมาก 3).สภาพแวดล้อมด้านการทำงานมีความเหมาะสมในการทำงานปานกลาง 4).ปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล เพศ อายุ แผนกที่ปฏิบัติงาน การรับภาระภายในครอบครัวมีความสัมพันธ์กับความเหนื่อยหน่ายในการทำงานทั้ง 3 ด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.05) 5).สภาพแวดล้อมด้านกายภาพมีความสัมพันธ์กับความเหนื่อยหน่ายในการทำงานทำงานทั้ง 3 ด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.05) 6).สภาพแวดล้อมด้านการทำงานด้านสัมพันธภาพในหน่วยงาน,แรงสนับสนุนทางสังคม,ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและการรับรู้นโยบายการบริหารหน่วยงานกับความเหนื่อยหน่ายในการทำงานมีความสัมพันธ์กับด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ ด้านการลดค่าความเป็นบุคคลและด้านความรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.05)ส่วนการเรียกร้องของผู้รับบริการ,ลักษณะงาน,บทบาท,รายได้และสวัสดิการ,ความเป็นอิสระในการทำงานและการประเมินผลงานมีความสัมพันธ์กับความอ่อนล้าทางอารมณ์และด้านการลดค่าความเป็นบุคคลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<.05) สรุป ความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาลแม้จะอยู่ในระดับต่ำ แต่ยังมีพยาบาลที่มีความเหนื่อยหน่ายในการทำงานในระดับสูงด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ร้อยละ 13.4 การลดค่าความเป็นบุคคลร้อยละ 12.3 และความรู้สึกถึงความไม่ประสบความสำเร็จร้อยละ 11.9 ซึ่งเป็นสัญญาณแสดงอาการผิดปรกติทางสุขภาพจิตที่ควรได้รับการแก้ไข

บรรณานุกรม :
นันทยุทธ หะสิตะเวช . (2546). สภาพแวดล้อมในการทำงานและความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาล ในสถาบันสุขภาพจิตและโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก กรมสุขภาพจิต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทยุทธ หะสิตะเวช . 2546. "สภาพแวดล้อมในการทำงานและความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาล ในสถาบันสุขภาพจิตและโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก กรมสุขภาพจิต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทยุทธ หะสิตะเวช . "สภาพแวดล้อมในการทำงานและความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาล ในสถาบันสุขภาพจิตและโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก กรมสุขภาพจิต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
นันทยุทธ หะสิตะเวช . สภาพแวดล้อมในการทำงานและความเหนื่อยหน่ายในการทำงานของพยาบาล ในสถาบันสุขภาพจิตและโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเด็ก กรมสุขภาพจิต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.