ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของเอทานอลต่อการหลั่งลูทิไนซิ่งฮอร์โมนจากเซลล์ต่อมใต้สมอง ของหนูแรทในหลอดทดลอง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของเอทานอลต่อการหลั่งลูทิไนซิ่งฮอร์โมนจากเซลล์ต่อมใต้สมอง ของหนูแรทในหลอดทดลอง
นักวิจัย : อัมพร ทองกู้เกียรติกูล
คำค้น : หนู , เอทานอล , แอลกอฮอล์ , ลูทิไนซิงฮอร์โมน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : หรรษา อัศวเรืองชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2531
อ้างอิง : 9745693499 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9567
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2531

เพื่อที่จะศึกษาผลของเอทานอล 0.4% และ 0.6% (เทียบได้เท่ากับ 0.13 กรัม/กิโลกรัม น้ำหนักตัว และ 0.2 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว ตามลำดับ) ต่อความสามารถในการหลั่งลูทีไนซึ่งฮอร์โมน (rLH) โดยใช้วิธีเพาะเลี้ยงเซลล์ต่อมใต้สมองส่วนหน้าของหนูแรทเพศเมียอายุ 150-200 วัน ทำการทดลองภายหลังจากพรีอินคิวเบชัน (preincubation) 48 ชั่วโมง การทดลองทำเริ่มเลี้ยงเซลล์ในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีเอทานอล 0.4% และ 0.6% ควบคู่ไปกับกลุ่มควบคุม จากนั้นเปลี่ยนอาหารเลี้ยงเซลล์ เมื่อครบ 24 ชั่วโมง แล้วเลี้ยงเซลล์ต่อไปในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่ไม่มีเอทานอลควบคู่ไปกับกลุ่มควบคุมอีก 2 วัน โดยเปลี่ยนอาหารเลี้ยงเซลล์ทุก 24 ชั่วโมง ตรวจหาระดับ rLH ในอาหารเลี้ยงเซลล์ด้วยวิธีไบโอแอสเลย์ (Bioassay) และเรดิโออิมมิวโนแอสเสย์ (Radioimmunoassay) ผลการทดลองพบว่าเอทานอลทั้ง 2 ปริมาณ 0.4% และ 0.6% ไม่มีผลทำให้ค่าอิมมิวโนแอคทิวิตีเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่มีผลทำให้ค่าไบโอแอคทิวิตีที่ตรวจได้ใน 24 ชั่วโมงแรกลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยลดลงประมาณ 20% เมื่อให้เอทานอล 0.4% และลดลงประมาณ 50% เมื่อให้เอทานอล 0.6% และค่าไบโอแอคทิวิตีจะเพิ่มขึ้นภายหลังจากล้างเอทานอลออก 24 ชั่วโมง (ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ) เพื่อตรวจสอบว่าเอทานอลจะมีผลลดไบโอแอคทิวิตีของ rLH อย่างต่อเนื่อง ถ้าให้เอทานอลต่อไปอีก 2 ครั้ง จึงทำการทดลองที่ 2 โดยเลี้ยงเซลล์ในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีเอทานอล 0.4% และ 0.6% ควบคู่ไปกับกลุ่มควบคุมเช่นเดียวกับการทดลองที่ 1 โดยกลุ่มทดลองจะให้เอทานอล 24 ชั่วโมง สลับกับการไม่ให้เอทานอล 24 ชั่วโมง จนครบทั้งหมด 6 ครั้ง แล้วตรวจหาระดับ rLH ในอาหารเลี้ยงเซลล์ทั้งในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองด้วยวิธีไบโอแอสเสย์ ผลการทดลองพบว่า เอทานอลมีผลลดค่าไบโอแอคทิวิตีแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และจะเพิ่มภายหลังจากล้างเอทานอลออก 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกับการทดลองที่ 1 และค่าไบโอแอคทิวิตีมีแนวโน้มจะลดลงในวันที่ 4 และ 6 เมื่อให้เอทานอลซ้ำอีก 2 ครั้ง ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าเอทานอลปริมาณ 0.4% และ 0.6% มีผลโดยตรงต่อเซลล์ต่อมใต้สมองภายใน 24 ชั่วโมงแรกอย่างมีนัยสำคัญโดยไปลดค่าไบโอแอคทิวีตีของ rLH แต่ไม่มีผลต่อปริมาณฮอร์โมนทั้งหมดที่หลั่งออกมา (วัดโดยวิธีเรดิโออิมมิวโนแอสเสย์) และการให้เอทานอลสลับกับการไม่ให้เอทานอลให้ผลยืนยันว่าเอทานอลมีผลลดไบโอแอคทิวิตีประมาณ 11% (ให้เอทานอล 0.4%) และ 21% (ให้เอทานอล 0.6%) ผลการวิจัยครั้งนี้จึงอาจสรุปได้ว่า แม้ว่าปริมาณลูทิพนซึงฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากเซลล์ต่อมใต้สมองจะคงเดิม แต่คุณสมบัติทางชีวภาพของฮอร์โมนจะถูกเปลี่ยนไปอันเป็นผลเนื่องจากเอทานอล ทำให้ LH สูญเสียความสามารถในการกระตุ้นเซลล์เป้าหมาย

บรรณานุกรม :
อัมพร ทองกู้เกียรติกูล . (2531). ผลของเอทานอลต่อการหลั่งลูทิไนซิ่งฮอร์โมนจากเซลล์ต่อมใต้สมอง ของหนูแรทในหลอดทดลอง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัมพร ทองกู้เกียรติกูล . 2531. "ผลของเอทานอลต่อการหลั่งลูทิไนซิ่งฮอร์โมนจากเซลล์ต่อมใต้สมอง ของหนูแรทในหลอดทดลอง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัมพร ทองกู้เกียรติกูล . "ผลของเอทานอลต่อการหลั่งลูทิไนซิ่งฮอร์โมนจากเซลล์ต่อมใต้สมอง ของหนูแรทในหลอดทดลอง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2531. Print.
อัมพร ทองกู้เกียรติกูล . ผลของเอทานอลต่อการหลั่งลูทิไนซิ่งฮอร์โมนจากเซลล์ต่อมใต้สมอง ของหนูแรทในหลอดทดลอง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2531.