ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย ระหว่าง บริษัทที่เป็นของคนไทยกับบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย ระหว่าง บริษัทที่เป็นของคนไทยกับบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน
นักวิจัย : วรรณี อรุณรัศมีโชติ
คำค้น : อุตสาหกรรมสิ่งทอ -- ไทย , อุตสาหกรรมสิ่งทอ -- การบริหาร , การจัดการ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ศิริโสภาคย์ บูรพาเดชะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2526
อ้างอิง : 9745621587 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9575
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พณ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526

อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย แต่เดิมผลิตภัณฑ์สิ่งทอต้องสั่งเข้าประเทศ แต่ปัจจุบันต้องส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ อุตสาหกรรมสิ่งทอนำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ลักษณะการลงทุนมีทั้งบริษัทที่เป็นของคนไทย และบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน ฉะนั้นการจัดการของทั้งสองบริษัทอาจแตกต่างกัน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เขียนทำการศึกษาเรื่องนี้ การศึกษาบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอของคนไทย พบว่า ทุกบริษัทบริหารงานโดยคนไทยและส่วนใหญ่ของบริษัทดังกล่าวเป็นกิจการขนาดปานกลาง จัดตามทุนจดทะเบียน ทรัพย์ดินและยอดขาย พ.ศ. 2524 ขณะเดียวกันส่วนใหญ่ของบริษัทอุตสาหกรรมที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุนบริหารงานโดยคนไทย และเป็นกิจการขนาดใหญ่จัดตามทุนจดทะเบียน ทรัพย์สินและยอดขาย พ.ศ. 2524 การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทยระหว่างบริษัทที่เป็นของคนไทยกับบริษํทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน พบว่า 1. การวางแผน ส่วนใหญ่ของบริษัทที่เป็นของคนไทย และบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุนมีคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำหนดวัตถุประสงค์บริษัท คณะกรรมการกลางวางแผนทำหน้าที่วางแผน หน้าที่งานด้านการผลิต ด้านการเงิน ด้านบุคคล และด้านการตลาด และรูปแบบการวางแผนเป็นแบบปรับปรุงแก้ไข 2. การจัดสายงาน บริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุนมีชั้นสายการบังคับบัญชามากกว่าของบริษัทที่เป็นของคนไทย ส่วนใหญ่ของทั้งสองบริษัทมีโครงสร้างองค์การแบบคณะกรรมการบริษัทของคนไทยมีการจัดสายงานแบบรวมอำนาจ ขณะเดียวกันบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุนมีการจัดสายงานแบบกระจายอำนาจ 3. การปฏิบัติขั้นดำเนินการ ส่วนใหญ่ของทั้งสองบริษัทสั่งงานเป็นลายลักษณ์อักษรบริษัทที่เป็นของคนไทยมีการสร้างขวัญพนักงาน การจูงใจ การประสานงาน และการติดต่อสื่อสารที่ดีน้อยกว่าของบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน 4. การควบคุมงาน ส่วนใหญ่ของทั้งสองบริษัทมีผู้บังคับบัญชาโดยตรง ทำหน้าที่ประเมินผลการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา บริษัทที่เป็นของคนไทยใช้เทคนิคการควบคุมงานมากลักษณะกว่าบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า การจัดการของบริษัทที่เป็นของคนไทยและบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน อาจเกิดปัญหาภายใน ในด้านรูปแบบโครงสร้างองค์การแบบคณะกรรมการ ขวัญ การจูงใจ การประสานงาน การติดต่อสื่อสาร และเทคนิคใหม่ ๆ และปัญหาภายนอกบริษัท คือ ปัญหาด้านรัฐบาล และปัญหาด้านอุปนิสัยของแรงงาน จากปัญหาข้างต้นพอที่จะสรุปข้อเสนอแนะดังนี้คือ 1. บริษัททั้งสองควรศึกษาวิเคราะห์การจัดการทุก ๆ หน้าที่ เพื่อค้นหาแนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ ได้ทำการศึกษาในบทที่ 7 ไว้โดยละเอียด 2. รัฐบาลควรสร้างภาพพจน์ที่ดีและน่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุน ควรให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจังแก่ธุรกิจสิ่งทอ และควรกำหนดจำนวนพนักงานที่เป็นคนไทย ที่แน่นอนในแต่ละบริษัท 3. พนักงานควรปฏิบัติหน้าที่การงานของตนเป็นอย่างถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของพนักงานเอง ของบริษัทและของประเทศชาติ

บรรณานุกรม :
วรรณี อรุณรัศมีโชติ . (2526). การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย ระหว่าง บริษัทที่เป็นของคนไทยกับบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณี อรุณรัศมีโชติ . 2526. "การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย ระหว่าง บริษัทที่เป็นของคนไทยกับบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณี อรุณรัศมีโชติ . "การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย ระหว่าง บริษัทที่เป็นของคนไทยกับบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526. Print.
วรรณี อรุณรัศมีโชติ . การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการบริษัทอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทย ระหว่าง บริษัทที่เป็นของคนไทยกับบริษัทที่มีคนต่างชาติเข้าร่วมลงทุน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2526.