ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำเสนอรูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำเสนอรูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
นักวิจัย : สุทธารัตน์ ชัยจันทร์
คำค้น : การสอนด้วยสื่อ , อนามัยส่วนบุคคล -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา) , เทคนิคเดลฟาย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743330119 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9432
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนสุขอนามัยของครูโรงเรียนประถมศึกษาในด้านการเตรียมตัวผู้สอน การเตรียมจัดสภาพแวดล้อมการเตรียมตัวผู้เรียน การใช้สื่อ การประเมินผลการใช้สื่อ และการเก็บรักษาสื่อ (2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรูปแบบการใช้โปสเตอร์ แผ่นพับ และสื่อชุดนิทรรศการประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ และ (3) นำเสนอรูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จำนวน 240 คน และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 21 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยแจกแจงความถี่ ร้อยละ มัธยฐาน และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ ผลการวิจัยพบว่า (1) พฤติกรรมการใช้โปสเตอร์ แผ่นพับ และสื่อชุดนิทรรศการของครูที่พบมากที่สุดคือ ครูแนะนำการดูสื่อแก่นักเรียนและให้นักเรียนตอบคำถามหลังศึกษาเนื้อหาจากสื่อ (2) ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นสอดคล้องกับข้อความในรูปแบบการใช้โปสเตอร์ 71 ข้อจาก 102 ข้อ รูปแบบการใช้แผ่นพับ 56 ข้อ จาก 86 ข้อ และรูปแบบการใช้สื่อชุดนิทรรศการ 55 ข้อจาก 85 ข้อ (3) รูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ 1. ด้านการเตรียมตัวผู้สอน : ครูขอสื่อจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/ตำบล/อำเภอ ครูนำโปสเตอร์มาผนึกบนกระดาษแข็ง ครูใช้แผ่นพับและสื่อชุดนิทรรศการสำเร็จรูปได้ทันที ครูและนักเรียนช่วยกันผลิต 2. ด้านการเตรียมจัดสภาพแวดล้อม : ครูติดสื่อสำเร็จรูปที่ป้ายนิเทศหลังห้องเรียน และบริเวณมุมสื่อ โดยครูและนักเรียนเป็นผู้ติด ระยะเวลาติด 1-2 สัปดาห์ นอกห้องเรียนให้ติดสื่อสำเร็จรูปในหรือหน้าห้องพยาบาล ระยะเวลาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ 3. ด้านการเตรียมตัวผู้เรียน : ครูตั้งปัญหาให้นักเรียนหาคำตอบจากสื่อ ให้นักเรียนตั้งคำถามเพื่อน มอบหมายให้นักเรียนจัดป้ายนิเทศ ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาจากสื่อ 4. ด้านการใช้สื่อ : ครูถามความรู้จากประสบการณ์เดิม ครูเล่านิทานหรือกรณีตัวอย่าง ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาเนื้อหาจากสื่อ ให้นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ 5. ด้านการประเมินผลการใช้สื่อ : ครูให้นักเรียนตอบคำถามจากสื่อ ให้นักเรียนอธิบายและปฏิบัติตามขั้นตอน 6. ด้านการเก็บรักษาสื่อ : ครูเก็บสือที่ห้องเก็บสื่อห้องสมุด หรือห้องเรียน โดยเก็บในกระเป๋าเก็บสื่อ

บรรณานุกรม :
สุทธารัตน์ ชัยจันทร์ . (2542). การนำเสนอรูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุทธารัตน์ ชัยจันทร์ . 2542. "การนำเสนอรูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุทธารัตน์ ชัยจันทร์ . "การนำเสนอรูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
สุทธารัตน์ ชัยจันทร์ . การนำเสนอรูปแบบการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ประกอบการเรียนการสอนอนามัยส่วนบุคคลตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.