ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถ วัดกำแพง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถ วัดกำแพง
นักวิจัย : สุริยน ศิริธรรมปิติ
คำค้น : ความชื้น , การควบแน่น , ความร้อน -- การถ่ายเท , วัดกำแพง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุนทร บุญญาธิการ , แน่งน้อย ศักดิ์ศรี, ม.ร.ว. , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743348026 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9369
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

โบสถ์และวิหารถือเป็นโบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติที่ใช้ในการเผยแพร่ศาสนา ซึ่งปัจจุบันโบสถ์และวิหารมากมายมีสภาพชำรุดทรุดโทรม สาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากความชื้น อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศ น้ำฝน น้ำใต้ดิน และการระเหยของน้ำจากอิทธิพลของแสงอาทิตย์ ความชื้นดังกล่าวนอกจากจะก่อความเสียหายแก่งานสถาปัตยกรรมแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายให้กับภาพจิตรกรรมฝาผนังอีกด้วย ในอดีตเข้าใจกันว่าความชื้นที่เกิดขึ้นจากดินและน้ำใต้ดินเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ในความเป็นจริงยังมีสาเหตุต่างๆ อีกหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความชื้น วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้มุ่งแสวงหาสาเหตุของปริมาณความชื้นที่เกิดขึ้นในโบราณสถานโดยการวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดความชื้นนั้นๆ ขั้นตอนการศึกษากระทำโดย การสำรวจสถานที่จริง การสังเกตสภาพของอาคาร การสอบถามผู้มีประสบการณ์ในการบูรณะโบราณสถาน และการบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องมืออันได้แก่ อุณหภูมิและความชื้นสัมพันธ์ของอากาศ อุณหภูมิผิวผนังภายใน อุณหภูมิผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านใน และปริมาณความชื้นที่สะสมในผนังอาคาร จากการศึกษาดังกล่าวจะนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดความชื้นในอาคารที่ทำการศึกษา จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ภายในอาคารมีการสะสมความชื้นในปริมาณสูงอยู่ 2 แห่งที่ คือบริเวณผนังด้านล่างที่ใกล้กับพื้นดิน และบริเวณผนังส่วนบนใกล้กับหลังคา ความชื้นที่ส่วนบนดังกล่าวนี้เกิดจากการควบแน่นที่บริเวณผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านในช่วงเวลาประมาณ 24.00 น. ถึง 7.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงที่อุณหภูมิผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านในต่ำกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้างในช่วงหลังคา ส่วนความชื้นในผนังด้านล่างอาคารยังไม่พบสาเหตุหลักของการควบแน่น แต่เชื่อว่าความชื้นในส่วนนี้มาจากดินและน้ำฝน ในการเกิดการควบแน่นยังมีสาเหตุมาจากตัวแปรอีกหลายประการ เช่น จากผู้ใช้อาคารจำนวนมาก การรั่วไหลของอากาศภายนอกในช่วงเวลาที่อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์สูง หรือ ในช่วงที่อุณหภูมิอากาศภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาคารที่ไม่มีฝ้าเพดานมีแนวโน้มที่จะเกิดการควบแน่นที่ผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านในง่ายกว่าอาคารที่มีฝ้าเพดาน ผลจากการศึกษาสรุปได้ว่า ความชื้นที่เกิดขึ้นในอาคารนั้นไม่ได้มีเพียงแต่ความชื้นที่มาจากดินเป็นสาเหตุสำคัญเพียงอย่างเดียว แต่ยังพบว่ามีการเกิดการควบแน่นที่ผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านใน และมีโอกาสที่จะเกิดที่ผิวผนังภายในได้ด้วย ข้อสรุปที่ได้จากการศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและออกแบบในการบูรณะโบราณสถาน ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสในการสะสมความชื้นจากการควบแน่นสำหรับประเทศไทยต่อไป

บรรณานุกรม :
สุริยน ศิริธรรมปิติ . (2542). ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถ วัดกำแพง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุริยน ศิริธรรมปิติ . 2542. "ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถ วัดกำแพง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุริยน ศิริธรรมปิติ . "ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถ วัดกำแพง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
สุริยน ศิริธรรมปิติ . ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถ วัดกำแพง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.